Driving Sustainable Growth with Purpose and Responsibility
At QTC, sustainability is not just a goal—it’s a way of doing business with integrity, care, and long-term vision. Our Sustainability Framework integrates the company’s core value, “Quality of Details,” into every aspect of our operations, guided by the equation:
Q + R = S (Quality + Responsibility = Sustainability)
We believe that delivering excellence with attention to detail, combined with a deep sense of responsibility to all stakeholders, is the foundation for building a resilient and sustainable organization. This belief drives us to grow not only as a business, but as a responsible member of the global community.
Our framework is more than a management tool—it’s a mindset. It empowers every QTC employee to understand that:
“Doing good with quality and responsibility”
leads to trust, satisfaction, and long-term value for people, society, and the environment.
QTC is committed to balanced growth—standing side by side with communities and ecosystems—driven by the determination to leave a better world for future generations.
S : Social
Customer and Product Responsibility

หม้อแปลงไฟฟ้า: ความสำคัญต่อระบบพลังงานและความยั่งยืน
หม้อแปลงไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์หลักในระบบส่งกำลังไฟฟ้า ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างระบบไฟฟ้าแรงสูงและไฟฟ้าแรงต่ำ โดยสามารถปรับเปลี่ยนขนาดแรงดันไฟฟ้าหรือกระแสไฟฟ้าได้ตามการออกแบบเพื่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งาน หากการออกแบบผิดพลาดหรือการผลิตไม่ได้มาตรฐาน อาจส่งผลกระทบต่อ ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน (SDG 3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี) รวมถึงประชาชนทั่วไป และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อลูกค้า อีกทั้งยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของตราสินค้าและความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ เพื่อการยกระดับมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยและนวัตกรรม (SDG 9: อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน)
บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการสร้างมาตรฐานการออกแบบ การผลิต และการบริการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและปลอดภัยต่อการใช้งาน พร้อมทั้งแสดงฉลากคุณสมบัติสำคัญของหม้อแปลงไฟฟ้าเพื่อการใช้งานที่ถูกต้อง รวมถึงการรักษาความลับของข้อมูลลูกค้า และการให้ข้อมูลทางเทคนิคที่ถูกต้องผ่านการประชาสัมพันธ์และสัมมนา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความผูกพันต่อสินค้าและบริการของบริษัทฯ การผลิตและการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ (SDG 12: การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน)
นอกจากมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยแล้ว บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดของเสียจากกระบวนการผลิต และส่งเสริมการรีไซเคิลวัสดุ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว
การดำเนินงานตามแนวทางนี้ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของลูกค้า แต่ยังสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับพันธกิจของบริษัทฯ โดยมีสาระสำคัญด้านความยั่งยืนดังนี้

แนวทางการบริหารจัดการ
วัตถุประสงค์ :
การบริหารจัดการ :
ตัวชี้วัดและเป้าหมาย
มาตรฐานการทำงาน




มาตรฐานผลิตภัณฑ์

ตราสินค้า และตัวอย่างฉลากผลิตภัณฑ์

สัญลักษณ์แสดงตราสินค้าและมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต QR Code แสดงหมายเลขผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต

ตัวอย่าง Nameplate บอกข้อมูลสำคัญทางไฟฟ้า

การดูแลลูกค้า
บริษัทฯ ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ ผ่านช่องทางการรับข้อร้องเรียนจากลูกค้า และช่องทางการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า เพื่อนำประเด็นที่อยู่ในความสนใจและข้อกังวลของลูกค้านำมาปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญต่อการสื่อสาร การโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้วยข้อมูลทางเทคนิค ที่ถูกต้องเป็นจริง ผ่านช่องทางการตลาดที่สำคัญ เช่น Application Line Official, Facebook, Catalog ฯลฯ รวมถึงการจัดงานสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวและการรักษาความลับของลูกค้า
การดำเนินงานในปี 2567
ในปี 2567 ยังใช้กลยุทธ์การจัดสัมมนาเชิงวิชาการเพื่อทำการตลาดเชิงรุกแบบเจาะเฉพาะกลุ่มลูกค้า โดยมุ่งหวังที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าสมัยใหม่ครบวงจร และสร้างการรับรู้ในแบรนด์ทั้งในแบบ Offline และ Online
นอกจากนี้บริษัทยังมีการจัดกิจกรรม Campus Tour เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับหม้อแปลงไฟฟ้าแก่นักศึกษาคณะวิศวกรรมไฟฟ้า ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งเป็นการทำตลาดในระยะยาว (long-term marketing) เป็นโครงการระยะเวลายาวเพื่อมุ่งการรับรู้สินค้าและการเรียนรู้ ส่งต่ออาจารย์ของนักศึกษาเกี่ยวกับการติดตั้งและเข้าสู่การทำงานจะได้รับวิธีการติดตั้งในผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามมาตรฐาน และเกิดเป็นแบรนด์ “QTC” มีการดำเนินการดังนี้
QTC Public Seminar – Offline “A New ERA Of Thailand Energy 2024” ทั้งหมด 5 ครั้ง ครอบคลุมทุกภาคของประเทศไทย
QTC Public Seminar – Online
การจัดสัมมนาในรูปแบบ Online มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนกลุ่มลูกค้าที่ไม่สะดวกในการเข้าร่วมสัมมนาแบบ Onsite และเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ให้รู้สึกเหมือนมีทีม QTC อยู่ใกล้ๆ เข้าถึงง่าย และ Support ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งยังเป็นช่องทางในการเข้าถึงลูกค้ารายใหม่ ๆ รวมถึงการเพิ่มการรับรู้ถึงแบรนด์ QTC โดยในปี 2567 มีการจัดสัมมนา Online จำนวน 4 ครั้ง




QTC Campus Tour “พี่สอนน้อง”
ในปี 2567 จัดกิจกรรม 3 ครั้ง ใน 3 มหาวิทยาลัย คณะวิศวกรรมไฟฟ้า ดังนี้
ผลการดำเนินงาน :
การวัดผลด้านลูกค้าปี 2567
ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจจากลูกค้าอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยต้องได้รับแบบสำรวจกลับคืนมาไม่น้อยกว่า 70% และในจำนวนที่ตอบกลับมาต้องมีความพึงพอใจไม่น้อยกว่า 90% ผลการดำเนินงานปี 2566 ได้ตามเป้าหมาย 91%

ผลสำรวจความพึงพอใจลูกค้าทุกรายรวมได้ตามเป้าหมาย ช่องแสดงความพึงพอใจของกลุ่มลูกค้ามีบางประเภทยังไม่ได้ตามเป้าหมายและเป็นข้อมูลที่ต้องจัดทำเป็นรายปีเพื่อนำกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ และงานตรวจประเมินการตอบสนองความต้องการของลูกค้า เพื่อนำกระบวนการพึงพอใจของลูกค้ามาพัฒนาให้ดีขึ้นในปีถัดมา
ความพึงพอใจลูกค้าต่อการใช้บริการห้องปฏิบัติการทดสอบ ISO/IEC 17025 เป้าหมาย > 90%

ผลการดำเนินงานปี 2567 มีลูกค้าใช้บริการระบบทดสอบหม้อแปลงไฟฟ้า FAT ทั้งแบบ Online และแบบ Onsite รวมทั้งสิ้น 151 ราย ผลการประเมินความพึงพอใจได้ 97.06% ได้ตามเป้าหมาย
ความสามารถในการจัดการข้อร้องเรียนจากลูกค้า ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ เป้าหมายการดำเนินงาน 100%

ผลการดำเนินงานปี 2567 มีข้อร้องเรียนจากลูกค้า จำนวน 8 ข้อร้องเรียน ลดลงจากปี 2566 ซึ่งทั้งหมดสามารถปิดประเด็นข้อร้องเรียนลูกค้าได้ 100% ตามเป้าหมาย และไม่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าแต่อย่างใด
ความสามารถในการจัดบริการตรวจสอบ บำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้าในระยะประกัน เป้าหมายมากกว่า 90%

ผลการดำเนินงานปี 2567 มีจำนวนหม้อแปลงในระยะประกัน 656 เครื่อง สามารถเข้าดำเนินการตามคำยืนยันลูกค้าได้จำนวน 643 เครื่อง
ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนจำนวน 13 เครื่อง หรือสามารถดำเนินการได้คิดเป็น 98% ได้ตามเป้าหมาย

การบริหารจัดการคู่ค้า
ในปัจจุบัน ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า กฎเกณฑ์และข้อบังคับทางกฎหมายที่เกิดขึ้นใหม่ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ส่งผลต่อการแข่งขันของผู้ผลิตอย่างมาก บริษัทฯ จึงต้องปรับตัวและตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งมุ่งเน้นการดูแลผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ส่งผลโดยตรงต่อบริษัทฯ ในการสร้างระบบบริหารจัดการคู่ค้า (Supply Chain Management) ที่มีมาตรฐานและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการจัดการคู่ค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดมาตรฐานการผลิต การส่งมอบที่มีคุณภาพ และการดำเนินงานที่สอดคล้องกับหลักจรรยาบรรณ โดยเฉพาะคู่ค้า Tier 1 ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ ทั้งด้านการผลิตที่ต้องใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง ด้านการส่งมอบที่ต้องการความตรงต่อเวลา และด้านการก่อสร้างที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานภายในของคู่ค้าในประเด็นสำคัญ เช่น
• การใช้แรงงานอย่างเป็นธรรมและเคารพสิทธิมนุษยชน
• การป้องกันการคอร์รัปชัน
• การดูแลสิ่งแวดล้อมและการปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้า
หากคู่ค้าไม่ปฏิบัติตาม อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของบริษัทฯ และเป็นความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การถูกยกเลิกคำสั่งซื้อหรือถูกกีดกันทางการค้า
บริษัทฯ ตระหนักว่าการบริหารจัดการคู่ค้าอย่างมีมาตรฐานและความรับผิดชอบ เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นจากลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมทั้งสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย SDGs เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรและสังคมโดยรวม
• SDG 8: การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
QTC Energy มุ่งสร้างห่วงโซ่อุปทานที่สนับสนุนการจ้างงานที่เป็นธรรม มีมาตรฐานแรงงานที่ปลอดภัย และส่งเสริมการพัฒนาทักษะของคู่ค้า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกัน
• SDG 17: ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าและพันธมิตรในทุกระดับ เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิต การบริหารจัดการ และการดำเนินงานที่สอดคล้องกับหลักความยั่งยืน โดยเน้นการแลกเปลี่ยนความรู้และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

แนวทางการบริหารจัดการ
วัตถุประสงค์ :
การบริหารจัดการ :
ตัวชี้วัดและเป้าหมาย
แนวทางการบริหารจัดการคู่ค้า
เพื่อให้การปฏิบัติงานมีขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจน โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ บริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายจัดซื้อจัดหา และจรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าของ QTC เพื่อเป็นแนวทางให้คู่ค้าได้ปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ได้กำหนดให้มีวิธีการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการประเมินและคัดเลือกผู้ส่งมอบเพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติในการคัดเลือกและประเมินผู้ส่งมอบรายสำคัญของบริษัทให้เกิดความโปร่งใส เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ประเด็นหัวข้อที่ใช้ในการประเมินคู่ค้าได้แก่ความสามารถในการบริหารจัดการองค์กรด้วยมาตรฐานสากลเช่น ISO9001 ISO14001 ISO45001 ซึ่งสามารถยืนยันถึงคุณภาพของสินค้าได้ในบางส่วน และยังต้องพิจารณาถึงผลงานและการให้บริการในรอบปีที่ผ่านมาว่าสามารถตอบสนองความต้องการของบริษัทฯ ได้มากน้อยเพียงใด นอกจากนั้นต้องประเมินการปฏิบัติของคู่ค้าตามจรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าของ QTC ซึ่งประกอบไปด้วยแนวทางปฏิบัติด้านกฎหมาย ด้านต่อต้านคอร์รัปชัน ด้านการปฏิบัติต่อแรงงาน ด้านความรับผิดชอบต่อส่งแวดล้อม เป็นต้น และคู่ค้าระดับ Teir 1 ที่สำคัญจะต้องได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (HRDD) ทุกราย
กระบวนการบริหารจัดการคู่ค้า

ความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงาน

นโยบายและความมุ่งมั่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน
บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการนำระบบการจัดการตามมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความปลอดภัย โดยมุ่งเน้นการป้องกันการบาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิต การสูญเสียวันทำงาน การเจ็บป่วย และโรคจากการทำงาน พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาทักษะของบุคลากรและปรับปรุงระบบการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับศักยภาพขององค์กรให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน
บริษัทฯ ได้กำหนด นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงกฎระเบียบด้านความปลอดภัยที่ครอบคลุมการปฏิบัติงานของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง โดยยึดหลักการป้องกันและควบคุมความเสี่ยงอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร และเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน SDG 3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โดยมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาพของพนักงาน ลดความเสี่ยงจากโรคและอุบัติเหตุ เพื่อให้บุคลากรมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ SDG 8: งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยสนับสนุนการพัฒนาทักษะของบุคลากรและปรับปรุงระบบการทำงาน เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันขององค์กร สร้างงานที่มีคุณค่าและปลอดภัย พร้อมทั้งส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
จากการประเมินสาระสำคัญด้านความยั่งยืน พบว่า ความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงาน เป็นประเด็นสำคัญสูงและเป็นความเสี่ยงที่ต้องควบคุมอย่างเคร่งครัด กรรมการและผู้บริหารตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อธุรกิจและต่อบุคลากร จึงให้ความสำคัญสูงสุดในการส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และการเจ็บป่วย โดยดำเนินการตรวจสอบ ควบคุม และขจัดความไม่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

แนวทางการบริหารจัดการ
วัตถุประสงค์ :
การบริหารจัดการ :

ตัวชี้วัดและเป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
กราฟแสดงการเปรียบเทียบสถิติด้านความปลอดภัย
ตามมาตรฐาน ANSI ตั้งแต่ปี 2564-2567

ตารางสรุปผลการดำเนินงานตามเป้าหมายอุบัติเหตเป็นศูนย์

สถิติการเจ็บป่วยจากการทำงานปี 2565-2567

มาตรฐานแรงงาน การพัฒนาทุนมนุษย์ และความเป็นอยู่ดีของพนักงาน
ทรัพยากรบุคคลคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จทางธุรกิจ ทุกองค์กรต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัดหรือสูงกว่ามาตรฐาน พร้อมดูแล พัฒนา และให้โอกาสอย่างเท่าเทียม เคารพสิทธิแรงงาน และไม่เลือกปฏิบัติ เพราะหากละเลยอาจเกิดข้อพิพาท เสื่อมเสียชื่อเสียง หรือสูญเสียบุคลากรที่มีความสามารถ ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญขององค์กร
ในตลาดแรงงานที่แข่งขันสูง การรักษา “คนเก่ง” ให้อยู่กับองค์กรเป็นเรื่องท้าทาย QTC จึงมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพควบคู่กับการสร้างคุณค่าความเป็นคน ส่งเสริมจิตอาสา ความเอื้อเฟื้อ และการทำความดี เพื่อให้ “คนเก่ง” เป็น “คนดี” และมีความผูกพันต่อองค์กร ซึ่งถือเป็นกำไรสูงสุดขององค์กร
พันธกิจสำคัญของ QTC คือ “พัฒนาทุนมนุษย์ สร้างคนดี คนเก่ง” โดยยึดแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามเป้าหมาย SDGs ได้แก่
• SDG 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี: ดูแลสวัสดิการ ความปลอดภัย และสุขภาพของพนักงาน
• SDG 5 ความเท่าเทียมทางเพศ: มอบโอกาสและการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ
• SDG 8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ: พัฒนาศักยภาพแรงงาน สร้างความมั่นคงและโอกาสก้าวหน้า
• SDG 16 สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง: เคารพสิทธิแรงงาน สร้างความโปร่งใส ลดข้อพิพาท
QTC มุ่งให้ทุกคนในองค์กรเห็นที่นี่เป็น “บ้านหลังที่สอง” พร้อมร่วมสร้างสังคมการทำงานที่ปลอดภัย เท่าเทียม และมีคุณค่า เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน


แนวทางการบริหารจัดการ
วัตถุประสงค์ :
การบริหารจัดการ :
ตัวชี้วัดและเป้าหมาย
การดำเนินงานเกี่ยวกับมาตรฐานแรงงาน
คิวทีซี ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน จ้างงานด้วยความเป็นธรรมไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด พร้อมจัดหาสวัสดิการที่จำเป็นให้พนักงานอย่างเหมาะสม ให้โอกาสอย่างเท่าเทียมในการสรรหาพนักงานไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา และเพศ ตามนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคล :
https://qtc-energy.com/th/human-resource-management-policy/
การดำเนินงานด้านทุนมนุษย์
คิวทีซี มีความมุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ตามกรอบพัฒนาให้พนักงานเป็น “คนดี คนเก่ง” ยกระดับความรู้ ความสามารถ และทักษะใหม่ ๆ ปรับตัว เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สอดคล้องตามความต้องการของลูกค้า เทคโนโลยี การแข่งขันในภาคอุตสาหกรรม โดยมีการดำเนินงานในปี 2567 ดังนี้

การดำเนินงานด้านความเป็นอยู่ดี
บริษัทฯ ตระหนักดีว่าพนักงานเป็นทรัพยากรอันสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย การดูแล เอาใจใส่ทั้งในเรื่องงาน และการดำเนินชีวิตของพนักงานให้สามารถสร้างความสุขได้ด้วยตนเอง เป็นภารกิจสำคัญที่บริษัทฯ ให้การสนับสนุนทั้งด้านบุคลากร เวลา และทรัพยากรที่จำเป็น ภายใต้นโยบายขององค์กรฐานคณะคุณธรรม
https://qtc-energy.com/th/happy-workplace-policy/
ขับเคลื่อนโครงการให้ความรู้ ความเข้าใจผ่านกิจกรรมส่งเสริมต่าง ๆ ให้เป็นทางเลือกที่เหมาะสมของแต่ละคน มีเป้าหมายสร้างความสุขที่ยั่งยืน และเกิดสมดุลภาพระหว่างชีวิตกับงาน รวมถึงมีความผูกพันต่อองค์กรและอัตราการลาออกที่น้อยลง
โครงการ “แฮปปี้มันนี่ ชีวิตดี๊ดี หมดหนี้เลิกจน”
บริษัทฯ ยังคงส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีทัศนคติที่ดีต่อตนเอง เพื่อนร่วมงาน องค์กร และสังคมโดยรวม ซึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมในโครงการที่ต่อเนื่องจากปีก่อน เพื่อให้มีความต่อเนื่องและมีความยั่งยืน โดยในปีนี้ได้เชิญหนุ่ม คุณจักรพงษ์ เมษพันธุ์ ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านการเงิน มาให้ความรู้และเทคนิคบริหารจัดการการเงิน ในหัวข้อ “สุข สร้างได้ด้วยการจัดการการเงิน” เพื่อให้นำพนักงานได้แนวคิดและรู้แนวทางในการบริหารจัดการเงินในชีวิตของตนเอง ในวันที่ 5 เมษายน 2567
ผลการดำเนินงาน
สิทธิมนุษยชน

มนุษย์ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพที่เท่าเทียมกัน มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์โดยไม่จำกัดเพศ ศาสนา ความเชื่อ หรือการแสดงออก สิทธิเหล่านี้ได้รับการรับรองและคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและสนธิสัญญาระหว่างประเทศ รัฐมีหน้าที่ปกป้องสิทธิมนุษยชนของประชาชน แต่ในโลกธุรกิจ องค์กรเองก็มีบทบาทสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน การดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ไม่เพียงเป็นข้อกำหนดทางกฎหมาย แต่ยังเป็นรากฐานของความน่าเชื่อถือและความยั่งยืน หากองค์กรละเลยหรือปล่อยให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะภายในองค์กรหรือในห่วงโซ่อุปทาน ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ความไว้วางใจ และอาจนำไปสู่การฟ้องร้องหรือการเผยแพร่ข่าวเชิงลบที่กระทบต่อธุรกิจอย่างรุนแรง
คิวทีซี ตระหนักดีว่าการเคารพสิทธิมนุษยชนต้องครอบคลุมทั้งภายในและภายนอกองค์กร ภายในองค์กร เราสามารถควบคุมการปฏิบัติได้ง่ายและทั่วถึง เช่น การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย การส่งเสริมความเท่าเทียม และการป้องกันการเลือกปฏิบัติ ส่วนภายนอกองค์กรในห่วงโซ่คุณค่าซึ่งมีความซับซ้อนและควบคุมได้ยาก เรามุ่งเน้นการตรวจสอบและร่วมมือกับคู่ค้าเพื่อให้ปฏิบัติตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชน เพราะเราตระหนักว่าความยั่งยืนขององค์กรไม่ได้เกิดจากความเก่งทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากความไว้วางใจและการสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ซึ่งมาจากการปฏิบัติที่ดี ไม่เบียดเบียน และเคารพสิทธิของทุกคน
แนวทางนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่ คิวทีซี ให้ความสำคัญ ได้แก่ SDG 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โดยจัดให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยและดูแลสุขภาพพนักงาน SDG 5 ความเท่าเทียมทางเพศ โดยสร้างโอกาสที่เท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติ SDG 8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยส่งเสริมการจ้างงานที่เป็นธรรมและสนับสนุนการพัฒนาทักษะของพนักงาน และ SDG 16 สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง โดยดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส เคารพกฎหมาย และสร้างระบบธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง
การเคารพสิทธิมนุษยชนจึงไม่ใช่เพียงข้อกำหนด แต่เป็นเสาหลักของความยั่งยืน QTC Energy มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเติบโตไปพร้อมกับสังคมอย่างมั่นคงและยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการ
วัตถุประสงค์ :
การบริหารจัดการ :
ตัวชี้วัดและเป้าหมาย
การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีการระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence : HRDD) เพื่อระบุ ป้องกัน และบรรเทาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนใด ๆ ที่เกิดขึ้น หรืออาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ภายใต้หลักการชี้นำว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) และคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยคาดหวังว่าธุรกิจใด ๆ ต้องมีความยึดมั่นข้อปฏิบัติของธุรกิจจะดำเนินงานอย่างสอดคล้องกับนโยบายสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังส่งเสริมการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนในองค์กรอย่างเคร่งครัด โดยดำเนินการผ่านหลักปฏิบัติที่กำหนด และช่องทางกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานทุกคนได้รับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิที่มีตามกฎหมาย และการเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถแสดงความคิดเห็นหรือร้องเรียนเกี่ยวกับกฎ กติกา ที่กฎหมายกำหนด การวิเคราะห์การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนที่ไม่สอดคล้องกับหลักการชี้นำฯ เพื่อการแก้ไขอันกระทบเกี่ยวกับการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนของพนักงาน
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้พิจารณาขอบเขตประเด็นความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน จากวิสัยทัศน์ และพันธกิจของบริษัทฯ ครอบคลุมบริษัทในเครือ ภายใต้หลักการชี้นำว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) โดยสรุปได้ดังนี้

ผลการดำเนินงาน
ปี 2567 บริษัทฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านในหมวดสำคัญครบ 100% ดังนี้
รายการตรวจสอบที่ 1 ความเสี่ยงสำคัญในการก่อสร้างโรงงาน/พื้นที่ปฏิบัติการ/การขายธุรกิจ/การขนย้ายวัสดุการก่อสร้าง
ปี 2567 มีโครงการก่อสร้างโรงงานน้ำดื่มขวด ขยายอาคาร ซื้อที่ดินเพิ่ม ปรับพื้นที่ดิน ผลการดำเนินการตรวจสอบไม่พบประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในส่วนประเทศความเสี่ยงมีมาตรการป้องกันรองรับอย่างเหมาะสม
รายการตรวจสอบที่ 2.1 ความเสี่ยงสำคัญด้านสิทธิมนุษยชนต่อบุคลากรประจำ และรายวัน
รายการตรวจสอบที่ 2.2 ความเสี่ยงสำคัญด้านสิทธิมนุษยชนต่อบุคลากรรายวันชั่วคราว
ดำเนินการครบ 100% ในปี 2565–2566 และมีการประกาศนโยบายสิทธิมนุษยชนฉบับใหม่ให้ครอบคลุมสิทธิมนุษยชนของพนักงานตลอดจนบุคลากร ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ ในปี 2567 ไม่มีรายการตรวจสอบ ซึ่งไม่มีความเปลี่ยนแปลงจากเดิม
รายการตรวจสอบที่ 2.3 ความเสี่ยงสำคัญด้านสิทธิมนุษยชนต่อคู่ค้าวันแรงงานค่าแรง
ไม่มีลูกจ้างรับเหมาตราในบริษัทฯ และบริษัทในเครือ
รายการตรวจสอบที่ 2.4 ความเสี่ยงสำคัญด้านสิทธิมนุษยชนต่อคู่ค้างานแรงงานข้ามชาติ
ไม่มีลูกจ้างที่เป็นแรงงานข้ามชาติในบริษัทฯ และบริษัทในเครือ
รายการตรวจสอบที่ 3 ความเสี่ยงสำคัญด้านสิทธิมนุษยชนต่อชุมชนและสังคมรอบพื้นที่ปฏิบัติการ
ปี 2567 ยังไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่สำนักงานบางแห่ง เนื่องจากในบริเวณโดยรวมจากการประเมินตามหลักปฏิบัติของหน่วยงานภาครัฐไม่ได้อยู่ใน 2 ศักยภาพสถานที่อยู่ใกล้กับการตรวจสอบสิทธิ โดยจะดำเนินการในปี 2568
รายการตรวจสอบที่ 4 ความเสี่ยงสำคัญด้านสิทธิมนุษยชนต่อผู้บริหารและพนักงานปฏิบัติการของธุรกิจ
ปี 2567 ดำเนินการตรวจสอบบริษัทคู่ค้ารายสำคัญตามที่กำหนดต่อเนื่องจากปี 2566 ครบ 100% ดังนี้

จากการดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) กับคู่ค้ารายสำคัญของ QTC ในปี 2567 ที่สืบเนื่องจากปี 2566 จำนวน 91 ราย ได้ดำเนินการครบ 100% ตามเป้าหมาย โดยพบว่า 2 รายที่มีความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งดำเนินการแก้ไขครบถ้วนแล้ว จึงไม่มีรายการตกค้างของผู้ผลิตที่เป็นคู่ค้า
รายการตรวจสอบที่ 5 ความเสี่ยงสำคัญด้านสิทธิมนุษยชนต่อผู้บริโภค
ดำเนินการตรวจสอบครบ 100% ในปี 2566 แล้ว ปี 2567 ไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบ
การส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน แสดงผลการดำเนินงานเป็นตัวเลข ร้อยละร้อย
การส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ ส่งเสริมให้พนักงานทุกคนเข้าใจ และปฏิบัติตามด้วยความเคารพต่อสิทธิของผู้อื่น รวมถึงระเบียบ ปฏิบัติ นโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งพนักงานได้มีกลไกสูตรความร่วมมือในการทำงานกับกลุ่มพนักงาน ในปี 2566 ได้ดำเนินการอบรมพนักงานที่ยังไม่ได้รับการอบรมในปี 2565 ครบ 100% ทุกส่วนงาน และยังคงติดตามผลให้พนักงานทุกคน จะได้รับการอบรม 100% ทั่วปฏิบัติการ ทั้งนี้ได้มีการอบรมเพิ่มเติมกลุ่มพนักงานใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นปฏิบัติงานในพื้นที่บริษัทฯ ด้วยผลการดำเนินการในปีดังนี้
ผู้บริหารทุกระดับที่เกี่ยวข้องโดยตรง : 100%
ผู้บริหารทุกหน่วยงานไป/แผนก QA / ภาคสนาม : 100%
พนักงานทุกฝ่ายปฏิบัติงาน : 100%
ผู้บริหารจากหน่วยงานควบคุมคุณภาพ : 100% (อบรมเพิ่มกรณีมีการเปลี่ยนตำแหน่งใหม่เป็นประจำการ)
ผู้ให้บริการขนส่งภายนอก : 100% (อบรมเพิ่มกรณีมีการเปลี่ยนตำแหน่งใหม่เป็นประจำการ)
นอกจากนี้ ยังมีการจัดอบรมพนักงานและแม่บ้านในพื้นที่ปฏิบัติงานของโรงงานเรื่องความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน
ร้อยละของพนักงานทั้งหมดที่เข้าร่วมการอบรมด้านความปลอดภัยและแม่บ้านที่ได้รับการอบรมด้านสิทธิมนุษยชน 100%
สิทธิมนุษยชนในองค์กร : คณะกรรมการสวัสดิการ
บริษัทฯ ได้จัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการตามประกาศกระทรวงแรงงาน ทั้งมีบทบาทที่เป็นตัวแทนพนักงานของบริษัทฯ และบริษัทต้องต่อบริษัทฯ โดยต้องให้สัดส่วนพนักงานเข้าร่วมประชุมไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของทั้งหมด เข้าร่วมประชุมอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง การดำเนินงานของคณะกรรมการสวัสดิการพนักงานส่วนหนึ่งได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการรวมบริหาร และคณะกรรมการบริษัทฯ จะมีผลครอบคลุมบริษัทฯย่อยทุกแห่ง คณะกรรมการสวัสดิการชุดปัจจุบันมีวาระตั้งแต่ 2 ปี (2566–2567) ประกอบไปด้วยบุคคลดังต่อไปนี้

ไม่มีข้อผลการเจรจาต่อรองในปี 2567
ในปี 2567 คณะกรรมการสวัสดิการ ไม่มีประเด็นเสนอคณะกรรมการบริหารเพื่อให้พิจารณาประเด็นใด ๆ
ช่องทางการร้องทุกข์ การแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน
- พนักงานทุกคน สามารถร้องเรียนหรือแจ้งเหตุต่อแผนกทรัพยากรบุคคลหรือผู้บริหารตามลำดับขั้นบังคับบัญชา หากพบว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือเมื่อถูกกระทำโดยมิชอบ หรือเมื่อถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรือรู้เห็นการกระทำของบุคคลภายในองค์กรที่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ตามช่องทางการร้องทุกข์ที่กำหนดไว้ในคู่มือพนักงานหมวดที่ 7 เรื่องการร้องทุกข์และการพิจารณาข้อร้องทุกข์
หากมีความกังวลเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการตรวจสอบได้โดยตรงอีก 1 ช่องทาง - บุคคลภายนอก หรือผู้มีส่วนได้เสียภายนอกสามารถร้องทุกข์หรือร้องเรียนต่อคณะกรรมการตรวจสอบได้โดยตรง

บทบาทร่วมพัฒนาชุมชน
ในอดีต ธุรกิจระบบทุนนิยมมักถูกมองว่า “ทำทุกอย่างเพื่อกำไร” โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ยิ่งธุรกิจมีขนาดใหญ่ ผลกระทบก็ยิ่งมากขึ้น เช่น การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่ยั่งยืนเพื่อผลิตสินค้า ทำให้ชุมชนที่ต้องใช้ทรัพยากรร่วมกันได้รับผลกระทบ เกิดการต่อต้าน และในที่สุดธุรกิจอาจต้องปิดตัวลง
ปัจจุบันแนวคิด CSR (Corporate Social Responsibility) หรือ ความรับผิดชอบต่อสังคม ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร สังคม และสิ่งแวดล้อม CSR ไม่ใช่เพียงการทำกิจกรรมเพื่อภาพลักษณ์ แต่เป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม แม้จะต้องลงทุนในระยะสั้น แต่ผลตอบแทนที่ได้รับกลับมาอาจไม่ใช่แค่กำไร แต่คือ “License to Operate” หรือการได้รับการยอมรับจากชุมชนและสังคม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

คิวทีซีให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โดยมุ่งเน้นการลงมือทำจริง ไม่ใช่เพียงสร้างภาพลักษณ์องค์กร เริ่มจากการดำเนินงานภายใน (CSR in Process) และขยายสู่สังคมภายนอก (CSR after Process) โดยประยุกต์ใช้แนวทางตามมาตรฐาน ISO26000 ให้เหมาะสมกับบริบทของคิวทีซีและบริษัทย่อยทุกแห่ง จัดตั้งทีมงานเฉพาะด้าน CSR พร้อมจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการ ใช้กลยุทธ์ “สร้างความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้เสีย” เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการทางธุรกิจที่ส่งผลต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมจะได้รับการควบคุมและปรับปรุงเพื่อลดผลกระทบสูงสุด พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมตามศักยภาพขององค์กร โดยเน้นการลงทุนทางสังคมเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว และสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ:
• SDG 1: ขจัดความยากจน – สนับสนุนการสร้างงานและรายได้ที่มั่นคงให้กับชุมชนรอบโรงงาน ผ่านการจ้างงานในพื้นที่และการสนับสนุนอาชีพเสริม
• SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ – จัดโครงการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะให้กับเยาวชนและบุคลากร เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการทำงาน
• SDG 17: ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา – สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อพัฒนาโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
การดำเนินงานของ QTC จึงไม่หยุดอยู่แค่การผลิตสินค้า แต่เราประเมินผลกระทบในทุกขั้นตอน ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชน เพื่อค้นหาความเสี่ยงและโอกาสในการพัฒนาอย่างยั่งยืน เราเชื่อว่าการเติบโตขององค์กรต้องมาพร้อมกับการเติบโตของชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างรับผิดชอบ

แนวทางการบริหารจัดการ
วัตถุประสงค์ :
การบริหารจัดการ :
ตัวชี้วัดและเป้าหมาย
เสวนาประชาคม ชุมชนพบคิวทีซี: สร้างคุณค่าร่วมเพื่อความยั่งยืน
บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อชุมชน ผ่านกิจกรรม “เสวนาประชาคม ชุมชนพบคิวทีซี” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้บริหาร พนักงาน และตัวแทนชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการสร้างความเข้าใจร่วมกัน ลดผลกระทบจากการดำเนินงาน และส่งเสริมการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
ภายในงานมีการนำเสนอผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และความปลอดภัย พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากชุมชนเพื่อนำไปปรับปรุงกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ESG และ CSR กิจกรรมนี้สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของ QTC ในการสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และการเติบโตไปพร้อมกับชุมชน เพื่อให้เกิดคุณค่าร่วมและความยั่งยืนในระยะยาว.
การมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชน
โครงการค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ปี 2567 บริษัทฯ ได้รับความร่วมมือจากอาจารย์และนักศึกษาคณะวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ในการจัดกิจกรรมสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ณ โรงเรียนบางยางพริวิทยาคม เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2567 ซึ่งเป็นโรงเรียนในชุมชน มีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3–6 เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 160 คน ทั้งนี้เพื่อมอบโอกาสในการเรียนรู้ และประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการเชื่อมโยงหลักวิทยาศาสตร์เข้ากับชีวิตประจำวันให้น้องนักเรียนมีโอกาสเท่าเทียมทางการศึกษา และได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ใช้งบประมาณในการดำเนินงานทั้งสิ้น 72,710.50 บาท










