ความมุ่งมั่นทางด้านสังคม
บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อลูกค้าผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัย ตลอดจนการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง บริษัทดำเนินการบริหารจัดการคู่ค้าภายใต้หลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และการแข่งขันอย่างเป็นธรรม พร้อมส่งเสริมให้คู่ค้าดำเนินธุรกิจตามแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนร่วมกัน ในขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสุขภาพของพนักงาน โดยกำหนดมาตรการเชิงป้องกันและการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินงานภายใต้หลักการมาตรฐานแรงงานที่เป็นธรรม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ การยกระดับทักษะ ความรู้ และศักยภาพของพนักงานควบคู่ไปกับการดูแลคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างรอบด้าน พร้อมทั้งยึดมั่นในการเคารพสิทธิมนุษยชนทั้งภายในองค์กรและตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยมีการสื่อสาร สร้างความตระหนักรู้ และกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างเหมาะสม บริษัทตระหนักถึงบทบาทในการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม จึงร่วมส่งเสริมและพัฒนาชุมชนผ่านกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างโอกาสทางการศึกษา และสนับสนุนกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนร่วมกันระหว่างองค์กรและสังคม

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการคู่ค้าและการจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการคัดเลือกและพัฒนาคู่ค้า โดยเฉพาะผู้ประกอบการในประเทศ เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุน ลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน และสนับสนุนความต่อเนื่องทางธุรกิจ นอกจากนี้ บริษัทฯ ดำเนินการบริหารจัดการคู่ค้าภายใต้หลักธรรมาภิบาล โดยให้ความสำคัญกับการประเมินด้านคุณภาพ แรงงาน สิทธิมนุษยชน การต่อต้านการทุจริต และการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 8, SDG 9 และ SDG 12

การประเมินความเสี่ยง โอกาส และผลกระทบ
ความเสี่ยง
หากคู่ค้าไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านคุณภาพ จรรยาบรรณทางธุรกิจ กฎหมายแรงงาน สิทธิมนุษยชน หรือการจัดการสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการดำเนินงาน คุณภาพสินค้า และภาพลักษณ์ของบริษัท ขณะเดียวกัน ความผันผวนของต้นทุน การเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน และความไม่แน่นอนของซัพพลายเออร์จากต่างประเทศ อาจทำให้ต้นทุนการจัดซื้อเพิ่มขึ้นและกระทบต่อผลการดำเนินงานในระยะยาว
โอกาส
การยกระดับการบริหารจัดการคู่ค้าอย่างเป็นระบบและการกระจายแหล่งการจัดซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างเหมาะสม ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุน ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาซัพพลายเออร์เพียงกลุ่มเดียว และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันขององค์กร แนวทางดังกล่าวยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
Financial materiality
+ ลดความเสี่ยงด้านคุณภาพ การส่งมอบล่าช้า และต้นทุนที่เกิดจากการแก้ไขงาน ส่งผลให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น
+ สนับสนุนความต่อเนื่องทางธุรกิจและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
+ การกระจายแหล่งการจัดซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างเหมาะสม ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุน ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาซัพพลายเออร์เพียงกลุ่มเดียว และสนับสนุนเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
– ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของลูกค้า ซึ่งอาจส่งผลต่อการถูกยกเลิกคำสั่งซื้อหรือถูกตัดด้านทางการค้า
– อาจเกิดภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการตรวจสอบ ติดตาม และแก้ไขประเด็นการไม่ปฏิบัติตามของคู่ค้า
– ความผันผวนของต้นทุน การเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน และความไม่แน่นอนของซัพพลายเออร์จากต่างประเทศ อาจส่งผลให้ต้นทุนการจัดซื้อเพิ่มขึ้นหรือกระทบต่อความต่อเนื่องของการดำเนินงาน ซึ่งอาจมีผลต่อความสามารถในการบริหารต้นทุนและผลการดำเนินงานของบริษัท
Impact materiality
+ ลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมของคู่ค้า
+ การส่งเสริมให้คู่ค้าปฏิบัติตามจรรยาบรรณด้านแรงงาน สิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อม ช่วยยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า
+ การบริหารจัดการการจัดซื้อที่ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการในประเทศ ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจภายในประเทศ สร้างโอกาสทางธุรกิจและการจ้างงาน ตลอดจนเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสังคมโดยรวม
– หากคู่ค้าละเลยประเด็นแรงงาน สิทธิมนุษยชน หรือการจัดการสิ่งแวดล้อม อาจก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อพนักงาน ชุมชน และระบบนิเวศในพื้นที่
– ความเสี่ยงจากการจัดเก็บบริหารจัดการข้อมูลของคู่ค้าที่ไม่เหมาะสม อาจสร้างผลกระทบต่อความเชื่อถือจากสังคมและผู้มีส่วนได้เสีย
– การพึ่งพาการจัดซื้อจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งมากเกินไป หรือการขาดการบริหารจัดการการจัดซื้ออย่างเป็นระบบ อาจลดโอกาสทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการในประเทศ และเพิ่มความเสี่ยงด้านความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว
กลยุทธ์ :
- คัดเลือกและกำกับดูแลคู่ค้าอย่างรับผิดชอบ
- ติดตามและบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน
- พัฒนาคู่ค้าและสร้างความร่วมมืออย่างยั่งยืน
การบริหารจัดการ :
จัดทำนโยบายจัดซื้อจัดจ้าง , จัดทำจรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าของ QTC ครอบคลุมประเด็นด้านจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ สิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงาน ความปลอดภัยฯ การต่อต้านคอร์รปชัน, การสื่อสารและประเมินความสามารถของคู่ค้าตามจรรยาบรรณที่กำหนด, ขึ้นทะเบียนคู่ค้า, การจัดทำแผนเพื่อการพัฒนาคู่ค้า SEM ในกลุ่ม Tier 1 , การบริหารจัดการด้วยระบบมาตรฐาน ISO9001,การตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชน HRDD : Human Right Due Diligence
เป้าหมาย 1
ร้อยละของวัตถุดิบที่จัดซื้อซึ่งผ่านการตรวจรับตามมาตรฐานคุณภาพที่กำหนด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ผ่านเกณฑ์ตรวจรับตามมาตรฐานคุณภาพร้อยละ 99.50 บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย 2
ร้อยละของวัตถุดิบที่คู่ค้าส่งมอบได้ตรงตามกำหนดการที่ตกลงกัน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ส่งมอบวัตถุดิบได้ตามกำหนดร้อยละ 99.69 บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย 3
ร้อยละของคู่ค้าทุกกลุ่มที่ได้รับการสื่อสารและแนะนำแนวทางปฏิบัติตามจรรยาบรรณของ QTC ครบถ้วน ร้อยละ 100
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 คู่ค้าได้รับการสื่อสารพร้อมยืนยันความเข้าใจร้อยละ 100 บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย 4
จำนวนคู่ค้า SME กลุ่ม Tier 1 ที่ได้รับการพัฒนาและยกระดับความสามารถตามแผนที่กำหนด ไม่น้อยกว่า 3 รายต่อปี
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 พัฒนาคู่ค้า SEM กลุ่ม 1 ได้จำนวน 1 ราย ไม่บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย 5
จำนวนกรณีร้องเรียนหรือเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนของคู่ค้า Tier 1 ที่ได้รับการยืนยัน = 0 กรณี (กรณีร้องเรียนหรือเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของคู่ค้า Tier 1 และได้รับการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่าเกิดขึ้นจริงตามกระบวนการ Human Rights Due Diligence (HRDD) ของบริษัทฯ)
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ไม่มีกรณีร้องเรียนด้านสิทธิมนุษชนของคู่ค้า Tier ที่ได้รับการยืนยัน บรรลุเป้าหมาย
แต่พบประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในคู่ค้ากลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งบริษัทฯ ได้เข้าไปดำเนินการตามขั้นตอนอย่างใกล้ชิด อธิบายเพิ่มเติมในประเด็น “สิทธิมนุษยชน”
เป้าหมาย 6
ร้อยละของวัตถุดิบรายการสำคัญที่มีผู้ขายตั้งแต่ 3 รายขึ้นไปต่อหมวดวัตถุดิบ ร้อยละ 100
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 วัตถุดิบรายการสำคัญร้อยละ 80 มีผู้ขายตั้งแต่ 3 รายขึ้นไปต่อหมวดวัตถุดิบ
กระบวนการบริหารจัดการคู่ค้า
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการคู่ค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างและการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทานเป็นไปอย่างมีความโปร่งใส เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้ โดยได้กำหนดนโยบายการจัดซื้อจัดหาและจรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าของ QTC เป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติร่วมกับคู่ค้าทุกกลุ่ม พร้อมทั้งจัดให้มีกระบวนการประเมินและคัดเลือกผู้ส่งมอบอย่างชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน การประเมินดังกล่าวครอบคลุมถึงศักยภาพในการบริหารจัดการองค์กรตามมาตรฐานสากล เช่น ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001 ผลการดำเนินงานและคุณภาพการให้บริการในรอบปีที่ผ่านมา รวมถึงความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการของบริษัทฯ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามจรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าของ QTC ซึ่งครอบคลุมด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย การต่อต้านคอร์รัปชัน การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม ความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ คู่ค้าระดับ Tier 1 ที่มีนัยสำคัญจะต้องได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ครบทุกราย เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม ยั่งยืน และสร้างคุณค่าร่วมกันในระยะยาว
การจัดซื้อสินค้าและบริการ
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการจัดซื้อสินค้าและบริการอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ครอบคลุมทั้งการจัดซื้อจากผู้ประกอบการในประเทศและจากต่างประเทศ โดยมีการติดตามมูลค่าและสัดส่วนการจัดซื้ออย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ประกอบการวางแผนและบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างเหมาะสม แนวทางการจัดซื้อดังกล่าวสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมผู้ประกอบการในประเทศควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 8: การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ และ SDG 12: การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน


บริษัทฯ มุ่งมั่นในการดูแลอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสุขภาพในการทำงาน ผ่านการบริหารจัดการตามมาตรฐาน การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม และการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และการเจ็บป่วยจากการทำงาน โดยกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ครอบคลุมพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมทั้งดำเนินการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและยั่งยืน สอดคล้องกับ SDG 3 และ SDG 8
การประเมินความเสี่ยง โอกาส และผลกระทบ
ความเสี่ยง
หากการบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยไม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ หรือการเจ็บป่วยจากการทำงาน ซึ่งกระทบต่อความปลอดภัยของพนักงาน ขวัญกำลังใจ และประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึงอาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านต้นทุน การหยุดชะงักของการดำเนินธุรกิจ และภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือขององค์กรในระยะยาว
โอกาส
การยกระดับการบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ช่วยลดอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงาน ส่งเสริมประสิทธิภาพและความผูกพันของพนักงาน อีกทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคม และสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
Financial materiality
+ เสริมสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กร สนับสนุนความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน
– อุบัติเหตุรุนแรงหรือการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย อาจก่อให้เกิดต้นทุนทางการเงิน ความเสี่ยงด้านกฎหมาย และความเสียหายต่อชื่อเสียงองค์กร
Impact materiality
+ พนักงานได้รับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานด้านความปลอดภัยและสุขภาพในการทำงาน ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ การเจ็บป่วย และการสูญเสียชีวิต
+ เกิดสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี และคุณภาพชีวิตที่ดี
+ การรับฟังความคิดเห็นและข้อร้องเรียนของลูกค้า ส่งเสริมการพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น เกิดเป็นวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืน
– หากการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยไม่เพียงพอ อาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิของพนักงานในการทำงานอย่างปลอดภัย และส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและจิตใจ
– อุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยจากการทำงานอาจบั่นทอนขวัญกำลังใจ ความผูกพันของพนักงาน และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย
กลยุทธ์ :
- เสริมสร้างระบบบริหารจัดการความปลอดภัยเชิงป้องกัน
- ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพและสภาพแวดล้อมการทำงาน
- เสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยผ่านการตระหนักรู้และพฤติกรรมของพนักงาน
การบริหารจัดการ :
นำระบบการจัดการตามมาตรฐาน ISO 45001:2018 มาเป็นกรอบในการดำเนินงาน ควบคู่กับการกำหนดนโยบายและเป้าหมายด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติของพนักงานทุกระดับ รวมถึงการส่งเสริม นโยบายองค์กรสุขภาวะคุณธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สุขภาพกายและสุขภาพจิตของพนักงาน และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การจัดให้มีบุคลากรด้านความปลอดภัยฯ อย่างเพียงพอและเหมาะสม สนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment: PPE) และปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยและเอื้อต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ “Zero Accident”
เป้าหมาย 1
จำนวนอุบัติเหตุจากการทำงานถึงขั้นเสียชีวิต (Fatal Work-Related Accidents) = 0
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ศูนย์ กรณี บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย 2
จำนวนอุบัติเหตุจากการทำงานถึงขั้นสูญเสียวันทำงาน (Lost Time Injury: LTI) = 0
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 LTI = 1 ไม่บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย 3
อัตราความถี่ของการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน ( Lost Time Injury Frequency Rate : LTIFR) = 0
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 LTIFR = 1.07 ไม่บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย 4
อัตราความถี่ของการบาดเจ็บ ( Incident Frequency Rate : IFR) ลดลงร้อยละ 10 จากปีฐาน 2564 (ค่าเป้าหมาย <7.78)
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 IFR = 8.53 ไม่บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย 5
อัตราความรุนแรงของการบาดเจ็บที่ขั้นหยุดงาน ( Incident Severity Rate : ISR) ลดลงร้อยละ 10 จากปีฐาน 2564
(ค่าเป้าหมาย <12.97)
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ISR = 17.06 ไม่บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย 6
จำนวนกรณีเจ็บป่วยจากการทำงาน (Occupational Diseases) = 0 กรณี
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ศูนย์กรณี บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย 7
ร้อยละของกลุ่มพนักงานที่สัมผัสปัจจัยเสี่ยงจากการทำงานได้รับการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง = 100%
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 กลุ่มพนักงาน ฯ ได้รับการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงและติดตามผลครบ 100% บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย 8
ร้อยละการอบรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของกลุ่มพนักงานเป้าหมาย = 100%
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 พนักงานกลุ่มเป้าหมายด้านความปลอดภัยเข้ารับการอบรมคิดเป็น 87.56 % ไม่บรรลุเป้าหมาย
ความปลอดภัย
ความปลอดภัยในการทำงานถือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดขององค์กร ครอบคลุมพนักงานทุกระดับ รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินงานภายใต้เป้าหมาย “Zero Accident” โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันอุบัติเหตุและการสูญเสียจากการทำงานอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการกำหนดตัวชี้วัดด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน อาทิ อุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิต อุบัติเหตุจากการทำงาน และอัตราความถี่ของการเกิดอุบัติเหตุ (LTIFR) เพื่อใช้ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านความปลอดภัยของพนักงาน ผ่านการสื่อสาร การอบรม และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านความปลอดภัย เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Preventive Safety Culture) อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ประเด็นด้านความปลอดภัยในการทำงานถือเป็นความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญขององค์กร ซึ่งต้องได้รับการบริหารจัดการและควบคุมอย่างใกล้ชิด

การประเมินความเสี่ยง
บริษัทฯ กำหนดให้มีการ ประเมินและทบทวนความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อคัดเลือกประเด็นความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ และนำไปจัดทำแผนควบคุมและลดความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ โดยความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่มีนัยสำคัญของบริษัทฯ ได้แก่ การเกิดเพลิงไหม้ การรั่วไหลของสารเคมี และความเสี่ยงจากการใช้รถฟอร์คลิฟท์ในการยกและเคลื่อนย้ายวัสดุ และความเสี่ยงที่เกิดจากพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัย ความประมาท หรือการไม่ปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยของพนักงาน ซึ่งบริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการป้องกัน ควบคุม และติดตามผลการดำเนินงานอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

กระบวนการสอบสวนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) กำหนดขั้นตอนการสอบสวนอุบัติเหตุจากการทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งในด้านกระบวนการทำงาน เครื่องจักร อุปกรณ์ และพฤติกรรมของบุคลากร การสอบสวนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ รวมถึงนำผลการสอบสวนมาใช้ปรับปรุงระบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีกระบวนการโดยย่อดังนี้

สถิติการเกิดอุบัติเหตุ
ทรัพย์สินเสียหาย
ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย – ไม่หยุดงาน
ได้รับบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นหยุดงาน
จำนวนวันหยุดงานจากอุบัติเหตุในการทำงาน
จำนวนวันหยุดงานจากอุบัติเหตุในการทำงาน
สุขภาพ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพที่ดีของพนักงานในฐานะปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ความปลอดภัย และความยั่งยืนขององค์กร โดยได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการด้านสุขภาพอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาวะ การป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพ และการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ได้ประกาศใช้นโยบายองค์กรสุขภาวะคุณธรรม เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการมีสุขภาพกายและใจที่ดีของพนักงาน ควบคู่กับการจัดการสภาพแวดล้อมในการทำงานให้น่าอยู่ สะอาด และปลอดภัย ครอบคลุมปัจจัยด้านแสงสว่าง เสียง ความร้อน สารเคมี รวมถึงการดูแลด้านการบริโภค และการรณรงค์ลด ละ เลิกการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และสารเสพติด นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดให้มีแพทย์อาชีวเวชศาสตร์เข้ามาสำรวจและประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงลักษณะงานและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปกำหนดโปรแกรมตรวจสุขภาพที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมาย และเพิ่มเติมรายการตรวจที่เหมาะสมตามช่วงอายุ เพศ และระดับความเสี่ยงของพนักงานแต่ละกลุ่ม ทั้งนี้ ผลการตรวจสุขภาพจะถูกนำมาวิเคราะห์ในระดับองค์กรและระดับกลุ่มพนักงาน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการกำหนดมาตรการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานและสนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน


บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ตระหนักว่าทรัพยากรบุคคลเป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขัน ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการแรงงานในฐานะ “ทุนมนุษย์” (Human Capital) ที่สามารถพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และคุณค่าได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้ระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลที่สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน มาตรฐานสากล และกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาทุนมนุษย์โดยมุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การฝึกอบรม และการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและความก้าวหน้าในสายอาชีพ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของพนักงานให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ (SDG 4) และการจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (SDG 8) ควบคู่กันนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานในทุกมิติ เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะทั้งทางร่างกายและจิตใจ อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลิตภาพแรงงานและความผูกพันต่อองค์กร สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (SDG 3) ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการเคารพสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงาน ส่งเสริมความเท่าเทียม ความหลากหลาย และการไม่เลือกปฏิบัติ เปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนเข้าถึงการพัฒนาและความก้าวหน้าอย่างเป็นธรรม โดยไม่คำนึงถึงเพศ อายุ หรือสถานะส่วนบุคคล ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความเสมอภาคทางเพศ (SDG 5) และการสร้างองค์กรที่ยึดหลักความโปร่งใส ความเป็นธรรม และธรรมาภิบาล (SDG 16)

การประเมินความเสี่ยง โอกาส และผลกระทบ
ความเสี่ยง
องค์กรอาจเผชิญความเสี่ยงจากการไม่สามารถพัฒนาและรักษาบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และทักษะที่จำเป็นให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม รวมถึงความเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหรือการดูแลคุณภาพชีวิตพนักงานได้อย่างเหมาะสม ซึ่งอาจนำไปสู่การขาดแคลนแรงงาน การลาออกของพนักงานที่มีศักยภาพ ข้อพิพาทแรงงาน และส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว
โอกาส
การพัฒนาทุนมนุษย์อย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิต สุขภาพ และความเป็นธรรมในการทำงาน จะช่วยยกระดับศักยภาพและผลิตภาพของพนักงาน เสริมสร้างความผูกพันและความภักดีต่อองค์กร ส่งผลให้องค์กรสามารถรักษาบุคลากรที่มีความสามารถ ลดอัตราการลาออก และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน รวมถึงสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
Financial materiality
+ ช่วยเพิ่มผลิตภาพแรงงาน เสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร
– การละเมิดกฎหมายแรงงานหรือสิทธิมนุษยชน อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านกฎหมาย ค่าใช้จ่ายจากบทลงโทษหรือข้อพิพาทแรงงาน และความเสียหายต่อชื่อเสียงองค์กร
– การสูญเสียพนักงานที่มีความรู้และความสามารถจากการบริหารแรงงานที่ไม่เหมาะสม อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และผลการดำเนินงานทางการเงินในระยะยาว
Impact materiality
+ ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ลดความผูกพันต่อองค์กร และส่งเสริมสังคมการทำงานที่มีคุณภาพ
– การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหรือหลักการสิทธิมนุษยชน อาจก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นธรรม ละเมิดสิทธิแรงงาน และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และสุขภาวะของพนักงาน รวมถึงขวัญกำลังใจและความผูกพันของพนักงาน
– การดูแลความเป็นอยู่และการพัฒนาทุนมนุษย์ที่ไม่เพียงพอ อาจนำไปสู่ความเครียด ความไม่พึงพอใจ การขาดแรงจูงใจ และปัญหาสังคมในสถานที่ทำงาน พนักงานลาออก
กลยุทธ์ :
- กำกับดูแลแรงงานและสิทธิมนุษยชน
- พัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์
- สุขภาพและความเป็นอยู่ดีของพนักงาน
- ความเท่าเทียมและการไม่เลือกปฏิบัติ
- ความผูกพันและวัฒนธรรมองค์กร
การบริหารจัดการ :
นโยบายด้านการบริหารจัดการแรงงาน, นโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคล, นโยบายสิทธิมนุษยชน, ข้อบังคับบริษัท เกี่ยวกับกฎ ระเบียบ ข้อบังคับในการทำงาน (คู่มือพนักงาน) ปฏิบัติตามหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน, นโยบายองค์กรสุขภาวะคุณธรรม, การขับเคลื่อนองค์กรด้วย Happy Work Place : Happy 8 + 1 , การดำเนินการตามมาตรฐาน ISO9001,ISO14001 และ ISO45001 พร้อมจัดให้มีช่องทางในการร้องเรียน และกระบวนการตรวจสอบ
มาตรฐานแรงงาน
บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและหลักการจ้างงานที่เป็นธรรม โดยกำหนดค่าตอบแทนไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมจัดสวัสดิการที่จำเป็นและเหมาะสมเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน นอกจากนี้ บริษัทยึดหลักการเคารพสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมในการจ้างงาน โดยเปิดโอกาสในการสรรหาและคัดเลือกพนักงานอย่างเป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติบนพื้นฐานของเชื้อชาติ ศาสนา หรือเพศ ตามนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคล และนโยบายสิทธิมนุษยชนของบริษัท
เป้าหมาย/ตัวชี้วัด :
ร้อยละของข้อร้องเรียนด้านแรงงานที่ได้รับการไกล่เกลี่ยยุติโดยไม่ได้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ≥ 95%
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 มีกรณีข้อร้องเรียนด้านแรงงาน 2 กรณี ได้รับการไกล่เกลี่ยยุติทั้ง 2 กรณี คิดเป็น 100% บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย/ตัวชี้วัด
จำนวนข้อร้องเรียนด้านแรงงานที่เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย = 0 กรณี
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ไม่มีข้อพิพาทด้านแรงงาน บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย/ตัวชี้วัด :
อัตราการลาออกโดยสมัครใจของพนักงาน (Voluntary Turnover Rate) รวมทั้งกลุ่มบริษัทน้อยกว่าร้อยละ 20 ต่อปี
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 อัตราการลาออกโดยสมัครใจคิดเป็นร้อยละ 12.07 บรรลุเป้าหมาย
ภาพสรุปการจ้างงานแยกตามกลุ่มรายงาน






ภาพสรุปการจ่ายค่าตอบแทน



อัตราการลาออก


ทุนมนุษย์
บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ในฐานะปัจจัยเชิงกลยุทธ์ที่สนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน โดยได้กำหนดกรอบสมรรถนะของคน QTC (QTC Competency Framework) เป็นแนวทางกลางในการบริหารและพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างเป็นระบบ กรอบสมรรถนะดังกล่าวครอบคลุมสมรรถนะหลักขององค์กร สมรรถนะด้านการบริหาร และสมรรถนะเชิงหน้าที่ เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาท ความรับผิดชอบ และทิศทางธุรกิจขององค์กร บริษัทฯ นำกรอบสมรรถนะมาใช้เป็นพื้นฐานในการประเมินผลการปฏิบัติงาน การวิเคราะห์ช่องว่างด้านทักษะ การออกแบบแผนพัฒนาบุคลากร และการเตรียมความพร้อมสำหรับตำแหน่งสำคัญในอนาคต โดยมุ่งยกระดับขีดความสามารถของพนักงานให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง เสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงาน และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรบุคคลในระยะยาวขององค์กร
ควบคู่กันนั้น บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการองค์ความรู้ภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษาความรู้เชิงลึก ถ่ายทอดองค์ความรู้ที่สำคัญ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาบุคคล และเสริมสร้างความต่อเนื่องของการดำเนินงานและการกำกับดูแลกิจการที่ดี อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างคุณค่าร่วมด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืนในระยะยาว
เป้าหมาย/ตัวชี้วัด :
ร้อยละของพนักงานกลุ่มเป้าหมายอายุงาน 3 ปีขึ้นไปที่มีผลการประเมินความสามารถตามเกณฑ์ที่กำหนด (≥ 86%) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 พนักงานกลุ่มเป้าหมายอายุงาน 3 ปีขึ้นไปมีผลการประเมิน ≥86% คิดเป็นร้อยละ 90.19 ไม่บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย/ตัวชี้วัด
จำนวนองค์ความรู้ (KM) ที่สำคัญต่อองค์กร และถูกนำไปใช้หรือถ่ายทอดภายในองค์กร
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 จัดทำองค์ความรู้ (KM) จำนวน 8 เรื่อง บรรลุเป้าหมาย


ความเป็นอยู่ดี
บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ตระหนักว่าพนักงานเป็นทรัพยากรสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการดูแลและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานทั้งในมิติการทำงานและการดำเนินชีวิต เพื่อสนับสนุนให้พนักงานสามารถดูแลสุขภาวะของตนเองและดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ
ภายใต้นโยบายองค์กรสุขภาวะคุณธรรม บริษัทได้สนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็น ทั้งด้านบุคลากร เวลา และงบประมาณ พร้อมดำเนินกิจกรรมและโครงการส่งเสริมต่าง ๆ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเปิดโอกาสให้พนักงานเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับตนเอง อันนำไปสู่การสร้างความสุขอย่างยั่งยืน การรักษาสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ตลอดจนเสริมสร้างความผูกพันต่อองค์กร และสนับสนุนการรักษาพนักงานในระยะยาว
เป้าหมาย/ตัวชี้วัด :
ค่าเฉลี่ยดัชนีความสุขของพนักงานในองค์กรรวมทั้งกลุ่มบริษัท ≥ 75 (วัดโดยเครื่องมือ Happinometer)
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ค่าเฉลี่ยดัชนีความสุขของพนักงานคิดเป็น 68.8 ไม่บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย/ตัวชี้วัด
ค่าเฉลี่ยระดับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน ≥ 80 (วัดโดยแบบสำรวจความผูกพันของพนักงาน)
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ค่าเฉลี่ยระดับความผูกพันคิดเป็นร้อยละ 85.4 บรรลุเป้าหมาย




บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ยึดมั่นในการเคารพสิทธิมนุษยชนสากลและสิทธิเด็ก โดยเน้นหลักความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ บริษัทฯ ได้บูรณาการกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) ครอบคลุมทั้งการดำเนินงานภายในองค์กรและตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อระบุ ป้องกัน และบรรเทาความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อพนักงาน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสีย แนวทางนี้ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ส่งเสริมการจ้างงานที่เป็นธรรม และดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว
การประเมินความเสี่ยง โอกาส และผลกระทบ
ความเสี่ยง
องค์กรอาจเผชิญความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนจากการดำเนินงานทั้งภายในองค์กรและตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยเฉพาะประเด็นการเลือกปฏิบัติ สภาพการทำงาน ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม ความปลอดภัย และการปฏิบัติต่อแรงงานต่างด้าว ซึ่งอาจส่งผลต่อแรงงานโดยตรงแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดผลกระทบทางอ้อมต่อเด็ก โดยเฉพาะบุตรของพนักงานและแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน ในด้านคุณภาพชีวิต สุขภาวะ และโอกาสในการพัฒนา หากไม่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ อาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิเด็ก การร้องเรียน หรือประเด็นทางกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย ชื่อเสียง และความยั่งยืนในระยะยาว
โอกาส
การบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบเปิดโอกาสให้บริษัท เสริมสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากพนักงาน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า อีกทั้งช่วยยกระดับภาพลักษณ์ด้านการจ้างงานที่เป็นธรรม ความเท่าเทียม และธรรมาภิบาล โดยการคำนึงถึงผลกระทบทางอ้อมจากสภาพการจ้างงานของพ่อหรือแม่ที่มีต่อสิทธิเด็ก เช่น สุขภาพ คุณภาพชีวิต และโอกาสในการพัฒนา การดำเนินงานที่สอดคล้องกับการคำนึงสิทธิมนุษยชนและสิทธิเด็กยังช่วยลดความเสี่ยงเชิงกฎหมาย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว
Financial materiality
– หากเกิดกรณีการไม่ปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชน อาจนำไปสู่ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการเยียวยา ค่าปรับ การดำเนินคดี หรือการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว
Impact materiality
+ ส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เท่าเทียม และไม่ตีตราต่อครอบครัวแรงงาน สนับสนุนการคุ้มครองสิทธิเด็กทั้งในองค์กรและในห่วงโซ่คุณค่า
+ มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาสังคมที่เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว
– หากการจ้างงานไม่เป็นธรรม เช่น ค่าตอบแทนหรือสภาพการทำงานไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดผลกระทบทางอ้อมต่อสิทธิเด็ก โดยเฉพาะด้านสุขภาวะ ความปลอดภัย และโอกาสในการพัฒนาของบุตรหลานแรงงาน
– ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติต่อแรงงานของคู่ค้า หากขาดการกำกับดูแล อาจนำไปสู่ประเด็นการละเมิดสิทธิเด็กในห่วงโซ่อุปทาน เช่น การใช้แรงงานเด็ก หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่อครอบครัวแรงงาน
กลยุทธ์ :
• บริหารความเสี่ยงสิทธิมนุษยชนเชิงรุก
• ยกระดับมาตรฐานคู่ค้าและห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ
• สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพสิทธิและมีส่วนร่วม
การบริหารจัดการ :
นโยบายด้านการบริหารจัดการแรงงาน, นโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคล, นโยบายสิทธิมนุษยชน , ระเบียบปฏิบัติการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ (HRDD : Human Right Due Diligence) และการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน, ข้อบังคับบริษัท เกี่ยวกับ ระเบียบ ข้อบังคับในการทำงาน ปฏิบัติตามหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน, จรรยาบรรณและแนวทางปฏิบัติสำหรับคู่ค้าของ QTC , จัดให้มีช่องทางในการร้องเรียนและกระบวนการตรวจสอบ
เป้าหมาย/ตัวชี้วัด 1:
ร้อยละของพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงที่ผ่านการอบรมด้านนโยบายสิทธิมนุษยชนตามแผน = 100%
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ดำเนินการได้ตามแผน 100% บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย/ตัวชี้วัด 2
ร้อยละของกิจกรรมหรือหน่วยงานในห่วงโซ่คุณค่าที่ได้รับการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) ตามรอบที่กำหนด = 100%
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ดำเนินการตรวจสอบฯ ตามรอบและเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด 100% บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย/ตัวชี้วัด 3:
ร้อยละของข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการสอบสวนและปิดกรณีภายในระยะเวลาที่กำหนด ≥ 95%
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ไม่มีข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนที่ได้รับรายงาน บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย/ตัวชี้วัด 4:
ร้อยละของมาตรการด้านแรงงานที่เอื้อต่อครอบครัวและสิทธิเด็กซึ่งได้รับการนำไปปฏิบัติจริง = 100% ของมาตรการที่กำหนด
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ดำเนินโครงการเกี่ยวกับสิทธิเด็กตามมาตรการที่กำหนดได้ 100% (จำนวน 3 มาตรการ) บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย/ตัวชี้วัด 5:
ร้อยละของประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการระบุจาก HRDD และมีแผนจัดการความเสี่ยงที่ชัดเจน =100% ของประเด็นที่ระบุ
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 พบความเสี่ยงในผู้รับเหมาก่อสร้าง 1 ราย รวม 2 ประเด็นความเสี่ยง และได้หารือเพื่อสร้างมาตรการป้องกันความเสี่ยงร่วมกันอย่างเหมาะสม คิดเป็น 100% ของประเด็นที่ระบุ บรรลุเป้าหมาย
การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD)
บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีกระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence : HRDD) เพื่อใช้เป็นกลไกในการระบุ ป้องกัน และบรรเทาความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ ทั้งในด้านการดำเนินงานภายในองค์กรและการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ กระบวนการดังกล่าวอ้างอิงตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน รวมถึงสิทธิเด็กและหลักปฏิบัติทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการเคารพ คุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิเด็กอย่างเป็นระบบ

การส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยกำหนดให้นโยบาย ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรฝึกอบรมที่จำเป็นสำหรับทุกตำแหน่งงาน เพื่อให้พนักงานทุกคนตระหนักถึงสิทธิ หน้าที่ และการปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเคารพและเป็นธรรม
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการอบรมด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่พนักงานที่เข้าใหม่ทุกระดับและนักศึกษาฝึกงานทุกคนครบถ้วน ร้อยละ 100 ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน รวมถึงจัดให้มีการอบรมแก่กลุ่มผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในพื้นที่ของบริษัทฯ เพื่อสร้างความเข้าใจและการปฏิบัติที่สอดคล้องกับนโยบายและมาตรฐานขององค์กร

สิทธิมนุษยชนในองค์กร
คณะกรรมการสวัสดิการ
บริษัทฯ จัดให้มี คณะกรรมการสวัสดิการซึ่งมาจากการเลือกตั้งของพนักงาน ทำหน้าที่เป็นผู้แทนพนักงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยทุกแห่ง เพื่อรวบรวมและนำเสนอข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และความต้องการของพนักงานในการปรับปรุงและพัฒนาสภาพแวดล้อมในการทำงาน สาธารณูปโภค และสวัสดิการต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด เสนอต่อบริษัทฯ อย่างเป็นระบบ
สิทธิเด็กในองค์กร
คณะกรรมการสวัสดิการ
บริษัทฯ จัดให้มี คณะกรรมการสวัสดิการซึ่งมาจากการเลือกตั้งของพนักงาน ทำหน้าที่เป็นผู้แทนพนักงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยทุกแห่ง เพื่อรวบรวมและนำเสนอข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และความต้องการของพนักงานในการปรับปรุงและพัฒนาสภาพแวดล้อมในการทำงาน สาธารณูปโภค และสวัสดิการต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด เสนอต่อบริษัทฯ อย่างเป็นระบบ
“มุมนมแม่”
บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อ การเคารพและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิทธิเด็กและสิทธิของมารดาในสถานที่ทำงาน จึงจัดให้มีพื้นที่ “มุมนมแม่” เพื่อสนับสนุนคุณแม่พนักงานในการปั๊มน้ำนมและจัดเก็บอย่างเหมาะสม อันเป็นการส่งเสริม สิทธิของเด็กในการได้รับการเลี้ยงดูที่เหมาะสม มีคุณภาพ และเอื้อต่อการเจริญเติบโตอย่างสมวัย ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิของพนักงานในการดำรงชีวิตครอบครัวควบคู่กับการทำงานอย่างสมดุล
“มุมลูกรัก”
สืบเนื่องจากการรับฟังความคิดเห็นของพนักงานผ่าน กล่องดำรับทุกข์ บริษัทฯ พบว่าพนักงานที่มีบุตรหลานวัยเรียน โดยเฉพาะบุตรหลานวัยปฐมวัยและประถมศึกษา มีความกังวลเกี่ยวกับการดูแลบุตรหลานในช่วงปิดภาคเรียนหรือหลังเลิกเรียน เนื่องจากขาดผู้ดูแล เด็กต้องอยู่บ้านลำพัง หรือมีความจำเป็นต้องส่งเรียนภาคฤดูร้อน (Summer) ซึ่งก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม บางกรณีพนักงานต้องลางานเพื่อไปรับบุตรหลาน หรือจำเป็นต้องส่งบุตรหลานไปอาศัยอยู่กับญาติในต่างจังหวัด ส่งผลให้ความใกล้ชิดและความสัมพันธ์ภายในครอบครัวลดลง
“ทุนการศึกษาบุตรพนักงาน”
บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อ การส่งเสริมสิทธิเด็กในการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมและต่อเนื่อง ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวพนักงาน โดยคณะกรรมการสวัสดิการทำหน้าที่พิจารณาและเสนอขออนุมัติทุนการศึกษาให้แก่บุตรพนักงานตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา และสนับสนุนโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ในปี 2568
ช่องทางการร้องทุกข์ การแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน
บริษัทฯ จัดให้มี กลไกและช่องทางการร้องทุกข์ การแจ้งเบาะแส และการรับข้อร้องเรียนอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อคุ้มครองสิทธิของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับ การคุ้มครองผู้ร้องทุกข์และผู้ที่เกี่ยวข้อง การรักษาความลับ และการไม่ตอบโต้หรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้ร้องเรียนโดยสุจริต เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เป็นธรรม และสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน

บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) บูรณาการแนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และการสร้างคุณค่าร่วมเข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจ เพื่อสร้างสมดุลด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ เน้นการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของชุมชนเพื่อสร้างความไว้วางใจ ควบคู่กับการบริหารจัดการผลกระทบอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ยังมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านการสร้างรายได้ สนับสนุนการศึกษา และร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในหลายมิติ ตลอดจนยึดมั่นในการเคารพสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาค เพื่อให้องค์กรและสังคมสามารถเติบโตควบคู่กันไปอย่างสมดุลและยั่งยืนระยะยาว

การประเมินความเสี่ยง โอกาส และผลกระทบ
ความเสี่ยง
หากองค์กรขาดการบริหารจัดการผลกระทบต่อชุมชนและสังคมอย่างเหมาะสม หรือไม่ได้ดำเนินการมีส่วนร่วมและการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ ความขัดแย้ง หรือการไม่ยอมรับจากชุมชนโดยรอบ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย และกระทบต่อความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
โอกาส
การดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนและการเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ เปิดโอกาสให้องค์กรสามารถพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม เสริมสร้างความไว้วางใจและความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสีย ลดความขัดแย้งในระยะยาว และยกระดับภาพลักษณ์องค์กรในฐานะธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับสังคมอย่างยั่งยืน
Financial materiality
+ ภาพลักษณ์เชิงบวกด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิทธิมนุษยชนช่วยเสริมความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียและนักลงทุน
– ข้อร้องเรียนหรือประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ชุมชน อาจส่งผลต่อชื่อเสียงองค์กร เพิ่มต้นทุนในการบริหารจัดการข้อขัดแย้ง และกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย
– ความขัดแย้งกับชุมชนหรือการชะลอโครงการพัฒนา อาจส่งผลกระทบต่อแผนการดำเนินงานและโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว
Impact materiality
+ ความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น สถานศึกษา และภาคีเครือข่าย สนับสนุนการเข้าถึงการศึกษา การพัฒนาทักษะ และโอกาสทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างต่อเนื่อง
– หากการพัฒนาโครงการชุมชนไม่ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม หรือขาดการคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน อาจก่อให้เกิดการรับรู้ความไม่เป็นธรรม และนำไปสู่ข้อร้องเรียนหรือความขัดแย้งในชุมชน
– การสื่อสารและการมีส่วนร่วมที่ไม่ทั่วถึง อาจทำให้ชุมชนบางกลุ่มไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลหรือกระบวนการตัดสินใจได้อย่างเท่าเทียม
กลยุทธ์ :
• การมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างเป็นระบบ
• การพัฒนาชุมชนบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชน
• การสร้างคุณค่าร่วมและความร่วมมือเชิงภาคี
การบริหารจัดการ :
มาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม ISO26000 , มาตรฐานการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ISO14001 , กรอบ QTC Sustainability Framework และนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร , นโยบายสิทธิมนุษยชน , การรับฟังความคิดเห็นและการบริหารจัดการผลกระทบอย่างรอบด้าน, สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีเครือข่ายในพื้นที่
เป้าหมาย/ตัวชี้วัด 1:
ร้อยละของข้อร้องเรียนจากชุมชนที่ได้รับการตอบสนองและจัดการตามกระบวนการที่กำหนด ≥ 95% ต่อปี
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ข้อร้องเรียนจากชุมชนเป็น 0 กรณี บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย/ตัวชี้วัด 2
ระดับความพึงพอใจของชุมชนต่อการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับบริษัท ≥ 95%
(แทนตัวชี้วัดด้าน Community Engagement ≥ 98% ภายในปี 2571)
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ผลสำรวจระดับความพึงพอใจ = 98% บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย/ตัวชี้วัด 3:
จำนวนโครงการพัฒนาชุมชนที่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่และดำเนินการอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3 โครงการ
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 มีโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่องจำนวน 7 โครงการ บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย/ตัวชี้วัด 4:
ร้อยละของกิจกรรมหรือโครงการพัฒนาชุมชนที่ผ่านการพิจารณาประเด็นสิทธิมนุษยชน = 100%
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 โครงการพัฒนาชุมชนทั้ง 7 โครงการได้ผ่านการพิจารณาครบ 100% บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย/ตัวชี้วัด 5:
ร้อยละของโครงการความร่วมมือที่ดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่ายตามแผนประจำปี ≥ 80%
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 มีแผนการดำเนินงานจำนวน 3 โครงการ ดำเนินการได้ครบ 100% บรรลุเป้าหมาย

เสวนาประชาคม ชุมชนพบคิวทีซี
บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ดำเนินกิจกรรมเสวนาประชาคม “ชุมชนพบคิวทีซี” อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นเวทีสำคัญในการสื่อสารข้อมูลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลของบริษัทอย่างโปร่งใส พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้แทนชุมชนและภาคีเครือข่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สะท้อนข้อกังวล และร่วมเสนอแนวคิดในการพัฒนาชุมชน
การดำเนินงานนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาองค์กรควบคู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของผู้มีส่วนได้เสีย และนำข้อเสนอแนะไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนและพัฒนาแนวทางการดำเนินงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ตอบสนองต่อบริบทและความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง

การมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชน-สังคม
โครงการค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บริษัทฯ มุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนและสังคมผ่านความร่วมมือกับภาครัฐ สถานศึกษา องค์กรชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต การศึกษา อาชีพ และเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนควบคู่กับการเติบโตขององค์กร
โครงการพัฒนาแรงงานภาคการศึกษา
บริษัทฯ สนับสนุนการพัฒนาแรงงานภาคการศึกษา เพื่อเตรียมบุคลากรให้มีทักษะและประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต
โครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการไทย
บริษัทฯ ดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการไทย เพื่อสร้างโอกาสด้านอาชีพ พัฒนาทักษะ และสนับสนุนการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาสังคมอย่างเท่าเทียม
โครงการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าเพื่อสนับสนุนคนพิการ
บริษัทฯ ดำเนินโครงการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อสนับสนุนคนพิการและวิสาหกิจชุมชน โดยส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการอย่างยั่งยืนผ่านแนวทาง Social Procurement
โครงการรวมใจพี่น้องสู่ทัองถิ่น
บริษัทฯ ดำเนินโครงการ “รวมใจพี่น้อง สู่ท้องถิ่น” เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการพัฒนาชุมชน ผ่านกิจกรรม CSR ที่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่และสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
โครงการเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้เป็นโอกาสทางการศึกษา
บริษัทฯ ดำเนินโครงการเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้เป็นโอกาสทางการศึกษา โดยนำวัสดุจากกระบวนการดำเนินงานมาสนับสนุนการเรียนรู้ พัฒนาทักษะอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับนักเรียนและชุมชนอย่างยั่งยืน
โครงการสนับสนุนหม้อแปลงไฟฟ้าเพื่อการพัฒนาระบบไฟฟ้าในชุมชน
บริษัทฯ สนับสนุนหม้อแปลงไฟฟ้าเพื่อพัฒนาระบบไฟฟ้าในชุมชน สถานศึกษา และสถานพยาบาล โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและโครงสร้างพื้นฐานผ่านการมีส่วนร่วมและการรับฟังความต้องการของชุมชนอย่างต่อเนื่อง
กิจกรรมเพื่อสังคม
บริษัทฯ ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดี และความเข้มแข็งของชุมชน ผ่านการมีส่วนร่วมของพนักงานและการสนับสนุนทรัพยากรอย่างเหมาะสมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน
เสียงสะท้อนจากตัวแทนในชุมชน สังคม
เสียงสะท้อนเชิงบวกจากชุมชนสะท้อนถึงผลลัพธ์ของการดำเนินงานของบริษัทที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะการสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็นและยกระดับคุณภาพชีวิต ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นและการยอมรับต่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน













บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อลูกค้าในฐานะกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ความปลอดภัยของผู้ใช้งาน และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทฯ บริหารจัดการกระบวนการออกแบบและการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าให้เป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงความปลอดภัยตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ใช้งานและประชาชนโดยรอบ สอดคล้องกับ SDG 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และ SDG 9 โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และนวัตกรรม
บริษัทฯ กำหนดแนวทางการดำเนินงานให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือของสินค้าและบริการ โดยมีการแสดงข้อมูล คุณลักษณะ และข้อมูลทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน โปร่งใส และไม่โฆษณาเกินจริง ควบคู่กับการคุ้มครองข้อมูลและการรักษาความลับของลูกค้าอย่างเหมาะสม เพื่อส่งเสริมการผลิตและการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ สอดคล้องกับ SDG 12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
การประเมินความเสี่ยง โอกาส และผลกระทบ
ความเสี่ยง
หากการออกแบบ การผลิต หรือการให้ข้อมูลสินค้าและบริการไม่เป็นไปตามมาตรฐาน อาจทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน และนำไปสู่ความเสียหายต่อการดำเนินงานของลูกค้า รวมถึงข้อร้องเรียนหรือข้อพิพาททางกฎหมาย นอกจากนี้ การสื่อสารข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และการบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าที่ไม่เหมาะสม อาจกระทบต่อความเชื่อมั่น ภาพลักษณ์ของตราสินค้า และความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า
โอกาส
การดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพ ความปลอดภัย และการสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใส ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของลูกค้า ซึ่งเอื้อต่อการรักษาฐานลูกค้าเดิมและการขยายโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว นอกจากนี้ การรับฟังความคิดเห็นของลูกค้ายังสนับสนุนการพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการตลาดได้ดียิ่งขึ้น
Financial materiality
+ การส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ช่วยลดความเสี่ยงด้านการรับประกัน การซ่อมแซม และค่าใช้จ่ายจากข้อร้องเรียนหรือการเรียกคืนสินค้า
+ ความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของลูกค้าสนับสนุนการรักษาฐานลูกค้าเดิม การได้รับคำสั่งซื้อซ้ำ และโอกาสในการขยายตลาดในระยะยาว
+ ภาพลักษณ์องค์กรที่ดีด้านความรับผิดชอบต่อลูกค้า เอื้อต่อความสามารถในการแข่งขัน และการสร้างมูลค่าทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
– ข้อบกพร่องด้านการออกแบบ การผลิต หรือการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง อาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการแก้ไข ข้อพิพาททางกฎหมาย หรือค่าชดเชยความเสียหาย
– การบริหารจัดการข้อร้องเรียนที่ไม่มีประสิทธิภาพ อาจส่งผลต่อการสูญเสียลูกค้า และกระทบต่อรายได้และผลการดำเนินงาน
– ความเสียหายด้านชื่อเสียงจากเหตุด้านคุณภาพหรือความปลอดภัย อาจลดความน่าเชื่อถือของตราสินค้าและความเชื่อมั่นของคู่ค้าทางธุรกิจ
Impact materiality
+ การผลิตและส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้าที่มีคุณภาพและปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุและผลกระทบต่อผู้ใช้งาน ชุมชน และสาธารณูปโภค
+ การให้ข้อมูลทางเทคนิคที่ถูกต้อง ชัดเจน และโปร่งใส สนับสนุนให้ลูกค้าใช้งานผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
+ การรับฟังความคิดเห็นและข้อร้องเรียนของลูกค้า ส่งเสริมการพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น
– หากผลิตภัณฑ์หรือบริการขาดคุณภาพหรือไม่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้งาน
– การสื่อสารข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือคลาดเคลื่อน อาจสร้างความเข้าใจผิดและส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของลูกค้า
– การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ไม่เหมาะสม อาจกระทบต่อสิทธิของลูกค้าและความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย
กลยุทธ์ :
การบริหารจัดการ :
บริหารจัดการในด้านต่าง ๆ ด้วยระบบมาตรฐานที่เป็นสากล(International Organization for Standardization) และการบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์กร Total Quality Management : TQM, ดำเนินการออกแบบ การผลิต และการทดสอบภายใต้มาตรฐานผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดของลูกค้า, ระบบมาตรฐาน ISO9001, ISO/IEC 17025 ,การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าเพื่อสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและความผูกผันของลูกค้า, สำรวจความพึงพอใจลูกค้าและนำมาปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
เป้าหมาย 1
จำนวนเหตุอันตรายต่อผู้ใช้งานจากคุณภาพสินค้าที่ไม่ได้ตามมาตรฐาน เป็นศูนย์กรณี (ไม่เกิดเหตุ)
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ไม่มีเหตุการณ์อันตรายที่ได้รับรายงาน บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย 2
ระดับความพึงพอใจของลูกค้าที่ประเมินจากผลการสำรวจไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ระดับความพึงพอใจลูกค้าร้อยละ 92 บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย 3
อัตราข้อร้องเรียนของลูกค้าที่ได้รับการจัดการและปิดประเด็นแล้วเสร็จร้อยละ 100
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ดำเนินการปิดประเด็นข้อร้องเรียนได้ร้อยละ 100 บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย 4
อัตราการให้บริการตรวจสอบและบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้าในระยะประกันตามเงื่อนไขที่กำหนดไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ดำเนินการได้ร้อยละ 98 บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมาย 5
จำนวนเหตุการณ์ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ารั่วไหลเป็นศูนย์กรณี (ไม่เกิดเหตุการณ์)
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ไม่มีเหตุการณ์ข้อมูลลูกค้ารั่วไหลที่ได้รับรายงาน บรรลุเป้าหมาย
มาตรฐานการทำงาน
บริษัทฯ นำมาตรฐานสากลมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน เพื่อยกระดับคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการแข่งขันขององค์กรทั้งในระดับประเทศและระดับสากล
มาตรฐานผลิตภัณฑ์
บริษัทฯ ออกแบบ ผลิต และทดสอบหม้อแปลงไฟฟ้าตามมาตรฐานสากลและมาตรฐานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความมั่นใจด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
มาตรฐานการทดสอบทางไฟฟ้า
บริษัทฯ ดำเนินการทดสอบหม้อแปลงไฟฟ้าทุกเครื่องตามมาตรฐานสากล ภายใต้ห้องปฏิบัติการทดสอบมาตรฐาน ISO/IEC17025 เพื่อสร้างความมั่นใจด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความโปร่งใสแก่ลูกค้า
การดูแลลูกค้า
บริษัทฯ ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า โดยมุ่งมั่นในการตอบสนองความต้องการ รับฟังข้อคิดเห็น และแก้ไขประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์และบริการอย่างเป็นระบบ ผ่านช่องทางการรับข้อร้องเรียนและการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า เพื่อนำข้อมูลสะท้อนกลับและประเด็นข้อกังวลมาวิเคราะห์ ปรับปรุง และพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารและการโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างโปร่งใส โดยนำเสนอข้อมูลทางเทคนิคที่ถูกต้อง ครบถ้วน และตรวจสอบได้ ผ่านช่องทางการตลาดที่เหมาะสม อาทิ Line Official Account, Facebook, แคตตาล็อกผลิตภัณฑ์ และสื่อทางการตลาดอื่น ๆ รวมถึงการจัดกิจกรรมสัมมนาเพื่อให้ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี โดยคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความลับของลูกค้าเป็นสำคัญ
การวัดผลด้านลูกค้า
ความพึงพอใจลูกค้า
บริษัทฯ ติดตามและประเมินความพึงพอใจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการให้ตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2568 มีระดับความพึงพอใจของลูกค้าอยู่ที่ร้อยละ 92
ดูแลลูกค้าหลังการขาย
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าหลังการขาย โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบและบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้าเพื่อสร้างความมั่นใจด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการใช้งานอย่างต่อเนื่อง
การจัดการข้อร้องเรียนลูกค้า
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการจัดการข้อร้องเรียนของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ผลิตภัณฑ์และการติดฉลากที่ได้รับการยืนยัน
ที่ได้รับการยืนยัน
แปลงไฟฟ้า และบริการ ที่ได้รับการยืนยัน