” การบริหารความเสี่ยง “

       การบริหารความเสี่ยงนับเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นในลำดับต้นๆ ของการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเหตุการณ์วิกฤติต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา นับเป็นเรื่องที่มีความยากมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการควบคุมไม่ให้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเนื่องจากเป็นปัจจัยภายนอก ทำให้ต้องปรับตัวและลดความเสี่ยงที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้การดำเนินงานและผลประกอบการเป็นไปตามเป้าหมาย การประเมินเพื่อลด “ความเสี่ยง” ถือเป็นการสร้างโอกาสให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน
       คิวทีซี จึงตระหนักดีว่าการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ รักษาไว้ซึ่งพันธกิจ ตามวิสัยทัศน์องค์กรในการก้าวขึ้นสู่บริษัทชั้นนำของโลก (World Calss) และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียนั้น มีความท้าทายภายใต้การวิวัฒน์ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจสร้างโอกาสที่ดี หรือสร้างผลกระทบทางลบต่อการดำเนินธุรกิจไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม ดังนั้น คิวทีซีจึงให้ความสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยงองค์กรในทุก ๆ ด้าน ครอบคลุมมิติทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัท

วัตถุประสงค์ เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร
การบริหารจัดการ กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร และจัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร เพื่อทำหน้าที่ประเมินความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ พร้อมการกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยบริหารโอกาส และควบคุมความเสี่ยง ภายใต้กระบวนการบริหารความเสี่ยงตามหลักมาตรฐานสากล COSO-ERM โดยให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการชี้บ่งความเสี่ยงเพื่อสร้างความตระหนักรู้และสามารถนำการบริหารความเสี่ยงไปใช้ในการปฏิบัติงานได้จริง
เป้าหมาย 1.พนักงานทุกระดับมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญในการบริหารความเสี่ยง
2.ความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญได้มีการกำหนดแผนรองรับที่เหมาะสมและมีผลสำเร็จตามเป้าหมาย

กระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร

       บริษัทได้จัดทำคู่มือการบริหารความเสี่ยงองค์กรไว้เป็นแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนตามกรอบมาตรฐานการบริหารความเสี่ยง ERM-COSO โดยมีการกำหนดให้มีการทบทวนความเสี่ยงด้วยการสำรวจสภาพแวดล้อมหรือบริบทองค์กรต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป และดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนที่กำหนด รับผิดชอบโดยคณะกรรมการส่งเสริมความยั่งยื่นและบริหารความเสี่ยงองค์กร พร้อมทั้งรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบและกรรมการบริษัทไตรมาสละ 1 ครั้ง

โครงสร้างการบริหารความเสี่ยงองค์กร

นโยบายการบริหารความเสี่ยง

บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จํากัด (มหาชน) ได้ตระหนักถึงความสําคัญของการบริหารจัดการองค์กรที่ดี เพื่อ ขับเคลื่อนองค์กรให้มีการเติบโตและขยายธุรกิจอย่างมีเสถียรภาพ มีฐานะการเงินที่มั่นคง และสามารถสร้าง ผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระดับที่เหมาะสม ดังนั้นบริษัทจึงเห็นควรให้มีการนําระบบการบริหารความเสี่ยง มาปฏิบัติโดยมีกรอบการดําเนินงาน และขั้นตอนการบริหารความเสี่ยงสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission (Coso) ซึ่งเป็นมาตฐานสากล เพื่อให้ ผู้เกี่ยวข้องมีความเข้าใจหลักการบริหารความเสี่ยง และนําไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจึงกําหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร ดังนี้

  1. กําหนดให้การบริหารความเสี่ยงเป็นความรับผิดของพนักงานในทุกระดับชั้นที่ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่มีในการปฏิบัติงานในหน่วยงานของตนและองค์กร และต้องให้ความสําคัญในการบริหารความเสี่ยงด้านต่างๆ ให้อยู่ในระดับที่เพียงพอ และเหมาะสม
  2. กําหนดให้ทุกหน่วยงานมีหน้าที่รับผิดชอบประเมินความเสี่ยง กําหนดตัวชี้วัดความเสี่ยง แนวทางการป้องกันและบรรเทาความเสี่ยง หรือความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงติดตามและประเมินผลการ บริหารความเสี่ยงอย่างสม่ําเสมอพร้อมทั้งจัดทํารายงานที่เกี่ยวกับความเสี่ยงตามกรอบการดําเนินงานและขั้นตอนการบริหารความเสี่ยง
  3. กําหนดให้กระบวนการบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจการวางแผนกลยุทธ์ แผนงานและการดําเนินงานของบริษัท
  4. เมื่อพนักงานพบเห็นหรือรับทราบความเสี่ยงที่อาจจะมีผลกระทบต่อบริษัทจะต้องรายงานความเสี่ยงนั้นให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบทันที เพื่อดําเนินการจัดการความเสี่ยงนั้นต่อไป
  5. มุ่งส่งเสริมสนับสนุนและให้ความรู้ความเข้าใจในกระบวนการ และแนวทางการบริหารความเสี่ยงแก่ผู้บริหารและพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการปลูกฝังสร้างนิสัยให้บุคลากรทุกระดับได้ตระหนักถึงความสําคัญและความมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการดําเนินการด้านบริหารความเสี่ยงขององค์กร ให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ที่นําไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation)

ความเสี่ยงที่สำคัญ

1. ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ

หัวข้อความเสี่ยง มาตรการและผลการดำเนินงาน
การพึงพิงลูกค้ารายใหญ่ ในธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ของธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้ามาจากการประมูลงานภาครัฐ ซึ่งมีความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลต่อการใช้งบประมาณรายจ่ายภาครัฐ และมีคู่แข่งขันในตลาดมากซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ บริษัทฯ ได้สร้างมาตรการเพื่อควบคุมและลดความเสี่ยงไว้ดังนี้

  • มีหน่วยงานและผู้รับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับงานขายราชการ พร้อมกำหนดบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจน
  • ปรับปรุงมาตรฐานการผลิต และกระบวนการบริหารจัดการ กระดับมาตรฐานการผลิต ให้เกิดการณ์โลกสำคัญๆ บริษัทฯ จึงมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงนี้ดังนี้
  • าน แล้วเจาะเพื่อลดต้นทุน ภายใต้คุณภาพมาตรฐานสากล และมีความรับผิดชอบ
  • ขอการรับรองหม้อแปลงฉลากเขียว เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันตามเงื่อนไขของหน่วยงานภาครัฐ ปัจจุบันมีรายการหม้อแปลงฉลากเขียวในขนาด kVA เป้าหมายที่จะทำการประมูลจำนวน 6 รายการ
  • ขยายตลาดต่างประเทศด้วยการผลิตแบบ OEM ปัจจุบันมี 2 กลุ่มประเทศได้แก่ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น (ไม่สามารถกล่าวอ้างชื่อแบรนด์ได้) เป็นความลับทางการค้า
  • ตั้งตัวแทนขายในต่างประเทศจำหน่ายภายใต้แบรนด์ QTC เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย
  • พัฒนาผลิตภัณฑ์หม้อแปลงประหยัดพลังงาน (Super Low Loss) และ Smart Transformer สร้างความแตกต่างเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า
  • ปรับโครงสร้างองค์กรในสายงานขาย เพิ่มแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อดูแลลูกค้าและประสานงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งบริษัทฯ ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย เช่นผลิตภัณฑ์ Busduct , Solar Inverter, PV Panel เป็นต้น
ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และความผันผวนของราคาวัตถุดิบ เนื่องจากการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ามีความจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบหลักจากต่างประเทศเป็นสัดส่วน 60% ของมูลค่าวัตถุดิบที่ใช้ต่อปี และมีการส่งออกหม้อแปลงเป็นสัดส่วน 20-30% ของยอดขาย  อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และราคาวัตถุดิบเช่นทองแดง เหล็กซิลิกอน มีความผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์โลกสำคัญๆ บริษัทฯ จึงมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงดังนี้

  • นโยบายซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า Forward Contract

ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลักอย่างใกล้ชิด เช่นทองแดง เหล็กซิลิกอน และน้ำมันหม้อแปลง  และทำการจองซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า หากเห็นโอกาสได้เปรียบทางการค้า

การลงทุนในธุรกิจอื่น เพื่อกระจายความเสี่ยงการลงทุนในธุรกิจด้านพลังงานที่มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า  โดยผ่านการดำเนินงานของบริษัท คิวทีซี โกบอล เพาเวอร์ (จำกัด) : QTCGP ซึ่งเป็นบริษัทย่อย  และธุรกิจด้านพลังงานเป็นธุรกิจซึ่งบุคลากรส่วนใหญ่ของ คิวทีซีไม่มีความถนัด บริษัทฯ จึงมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงดังนี้

  • จ้างผู้บริหาร และทีมงาน ที่มีความรู้เฉพาะทางเพิ่มเติมเพื่อบริหาร QTCGP
  • ว่าจ้างที่ปรึกษาเฉพาะทางภายนอก เพื่อศึกษารายละเอียดโครงการ ที่จะเข้าลงทุน ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม

การลงทุนใด ๆ ในธุรกิจอื่นต้องผ่านกระบวนการเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท และมติของผู้ถือหุ้น

ความเสี่ยงในการบริหารลูกหนี้ เนื่องจากการแข่งขันทางการค้าปัจจุบัน ทำให้ต้องมีการให้สินเชื่อแก่ลูกค้า เพื่อความได้เปรียบในการแข่งขัน ในขณะเดียวกันหากลูกค้าที่บริษัทฯให้สินเชื่อไปนั้น ขาดวินัยทางการเงิน ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในการชำระหนี้ ก่อให้เกิดเป็นหนี้ค้างชำระ  ทำให้บริษัทฯไม่ได้รับเงินตรงตามเวลาที่กำหนด ส่งผลกระทบต่อการบริหารสภาพคล่องทางการเงิน บริษัทฯ จึงมีมาตรการควบคุมและป้องกันดังนี้

  • ตั้งสำรองค่าเผือหนี้สงสัยจะสูญ (เป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชี) หากมีหนี้ค้างชำระเกินกว่า 1 ปี
  • ปรับนโยบายการให้เครดิตลูกค้า กำหนดหลักเกณฑ์ในการประเมินการให้เครดิตลูกค้าอย่างชัดเจน

กรณีลูกค้าไม่ผ่านหลักเกณฑ์การให้เครดิต กำหนดให้ขายเป็นเงินสด

2. ความเสี่ยงด้านสังคม

หัวข้อความเสี่ยง มาตรการและผลการดำเนินงาน
สุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน เนื่องจากสภาพการทำงานของพนักงานเกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องมือ เครื่องจักร สารเคมี และมีกระบวนการทำงานที่เป็นขั้นตอน และโรงงานตั้งอยู่ร่วมกับชุมชนซึ่งมีอายุกว่า 20 ปี อาจเกิดอุบัติเหตุที่ส่งผลกระทบต่อพนักงาน และชุมชนได้ บริษัทฯ จึงได้กำหนดมาตรการป้องกันไว้ดังนี้

  • บริหารจัดการด้านความปลอดภัยด้วยระบบมาตรฐาน ISO45001
  • กำหนดมาตรฐานการทำงานที่ปลอดภัย และ PPE อย่างเหมาะสม การซ่อมบำรุงเครื่องจักรตามระยะ
  • ตรวจรับรองระบบไฟฟ้า และอาคาร โดยผู้เชี่ยวชาญภายนอก
  • ติดตั้งระบบเตือนภัยอัตโนมัติกรณีเกิดเพลิงไหม้
  • ฝึกอบรมดับเพลิง และอพยพหนีไฟ
  • กระตุ้นจิตสำนึกความปลอดภัยด้วยกิจกรรม KYT
  • จัดกิจกรรมสัปดาห์ความปลอดภัย เพื่อให้ความรู้ สร้างความตระหนักแก่พนักงาน และชุมชน
  • มีคณะกรรมการความปลอดภัย (คปอ.) จากการเลือกตั้งเป็นตัวแทนลูกจ้างร่วมพิจารณาแนวทางการดำเนินงานด้านความปลอดภัย

โครงการส่งเสริมสุขภาพ  เพื่อลด ละ เลิก บุหรี่ เหล้า และสวัสดิการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามสถานการณ์ที่ระบาด

การไหลออกของวิศวกร และช่างฝีกมือในตำแหน่งงานสำคัญ เนื่องจากโรงงานตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันด้านแรงงานค่อนข้างสูง ตั้งแต่พนักงานระดับใช้แรงงาน ถึงระดับวิชาชีพ บริษัทฯ ได้วางมาตรการควบคุมและป้องกันที่สำคัญไว้ดังนี้

  • ปรับโครงสร้างค่าจ้าง และผลประโยชน์ของพนักงานอย่างเหมาะสม โดยเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกัน
  • ปรับระบบการประเมินผลและการจ่ายค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม
  • การพัฒนาบุคลากรรายบุคคลตามเส้นทางอาชีพ IDP
  • จัดทำ KM ที่สำคัญ ของบริษัทฯ และสร้างสูญการเรียนรู้แบบ On-line

สร้างสุขภาวะองค์กร ตามแนวทาง Happy 8

การปฏิบัติตามกฎหมาย ลักษณะธุรกิจผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นโรงงานอุตสาหกรรม มีการผลิต ซ่อมแซม จำหน่าย บริการ ให้กับหน่วยงานภาครัฐ  ภาคเอกชนทั้งภายในและภายนอกประเทศ จึงมีกฎหมาย ข้อกำหนด มากมายที่บริษัทฯ จะต้องปฏิบัติตามให้สอดคล้อง ซึ่งในตัวกฎหมาย หรือข้อกำหนดต่าง ๆ ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงตามวาระตามสมัยเพื่อป้องกันความผิดพลาดในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ  ได้กำหนดมาตรการป้องกันไว้ดังนี้

  • กำหนดผู้รับผิดชอบในการติดตาม รวบรวม ประเมินความสอดคล้องของกฎหมาย และข้อกำหนดทางการค้า จากช่องทางที่เหมาะสม เช่น ราชกิจจานุเบกษา ประกาศต่าง ๆ
  • จัดทำเป็นขั้นตอนการปฏิบัติงาน การประเมินความสอดคล้องของกฎหมาย และข้อกำหนด เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติครอบคลุมทั้งองค์กร

หน่วยงาน Document Control จัดทำเป็นทะเบียนกฎหมาย ข้อกำหนดทางการค้า ที่เกี่ยวข้อง และรายงานต่อคณะกรรมการส่งเสริมความยั่งยืนและบริหารความเสี่ยงองคืกร ทุกไตรมาส

การคอร์รัปชัน ลักษณะธุรกิจผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นโรงงานอุตสาหกรรม มีการผลิต ซ่อมแซม จำหน่าย บริการ ซึ่งการปฏิบัติงานต่างๆ ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  และต้องมีการติดต่อ ประสานงาน ตลอดจนการนำส่งเงินค่าธรรมเนียม ค่าภาษีอากร  การค้าขายกับหน่วยงานภาครัฐ   ซึ่งอาจเกิดช่องว่างให้เกิดการคอร์รัปชันได้ บริษัทฯ  ได้กำหนดมาตรการควบคุม และป้องกันไว้ดังนี้

  • กำหนดนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้ในบริษัท และบริษัทย่อยทุกแห่ง
  • อบรม ให้ความรู้พนักงาน โดยกำหนดให้เป็นหลักสูตรความจำเป็นในการอบรมพนักงานจะต้องผ่านการอบรม 100% และผลการประเมินความเข้าใจมากกว่า 80%

เข้าเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (CAC)

3. ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม

หัวข้อความเสี่ยง มาตรการและผลการดำเนินงาน
การจัดการของเสียอันตราย และวัสดุเหลือใช้จากการผลิต ในกระบวนการผลิต และการให้บริการหม้อแปลงไฟฟ้าของบริษัทฯ มีวัสดุเหลือใช้จากการผลิต และของเสียอันตรายที่ต้องควบคุมการกำจัดตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม โดยการกำจัดจะผ่านบริษัทผู้รับกำจัด ผู้รับกำจัดดำเนินการตามวิธีที่กรมโรงงานฯ กำหนด แต่อาจมีความเสี่ยงที่ผู้รับกำจัดขาดความรับผิดชอบไม่ดำเนินการตามเงื่อนไข ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  บริษัทฯ จึงได้กำหนดมาตรการควบคุม และป้องกันไว้ดังนี้

  • บริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้มาตรฐาน ISO14001
  • ขออนุญาตและขึ้นทะเบียนบริษัทผู้รับกำจัด แยกตามประเภทของของเสียจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
  • ทีมงานเข้าตรวจประเมินพื้นที่ และวิธีกำจัด ในพื้นที่จริงของผู้รับกำจัด โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า
  • ควบคุมการขนย้าย และการบรรจุเพื่อป้องกันการหกรั่วไหลก่อนออกจากโรงงาน
  • คัดแยกขยะขายได้ ขายไม่ได้โดยใช้หลักการ 3Rs
  • ทำ Zero Landfill โดยการการบริหารจัดการขยะประเภทฝังกลบ ส่งเข้าโรงงานผลิตไฟฟ้า
  • ปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด

4. ความเสี่ยงด้านการหยุดชะงักของกิจการ

หัวข้อความเสี่ยง มาตรการและผลการดำเนินงาน
ภาวะฉุกเฉิน เป็นความเสี่ยงจากภัยพิบัติต่าง ๆ เช่นน้ำท่วมสำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ  ไฟไหม้สำนักงานใหญ่ หรือโรงงานจังหวัดระยอง หรือ ในบริษัทย่อยทุกแห่ง  บริษัทฯ ได้วางมาตรการป้องกัน และเตรียมรับภาวะฉุกเฉินไว้ดังนี้

  • จัดทำแผนป้องกัน และระงับอัคคีภัย และฝึกซ้อมทุกปี
  • จัดทำแผนกู้คืนข้อมูลสารสนเทศ และทำการฝีกซ้อมแผนปีละ 1 ครั้ง
  • ซื้อกรมธรรม์ที่มีความคุ้มครองความเสี่ยง
การพึ่งพิงผู้บริหารหลักในการดำเนินธุรกิจ การบริหารงานในบริษัท โดยผู้นำส่วนใหญ่เป็นผู้มีประสบการณ์เฉพาะทางหม้อแปลงไฟฟ้า และติดเป็นแบรนด์ของสินค้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มีส่วนได้เสีย  ในอนาคตหากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กรอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ของผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญ เช่นผู้ถือหุ้น พนักงาน บริษัทฯ จึงได้มีมาตรการป้องกันไว้ดังนี้

  • จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง (succession plan) และคัดเลือกผู้สืบทอด
  • ส่งเสริมภาวะผู้นำ และพัฒนาทักษะผู้สืบทอด ตาม Career Path
  • ส่งเสริมการทำตลาดโดยใช้แบรนด์สินค้า และมาตรฐานโรงงานเป็นตัวนำ

ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่

ความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโคโรนาไวรัส 2019 หรือ โควิด-19

บริบทองค์กร : กิจกรรมในธุรกิจของบริษัท และบริษัทย่อย มีตั้งแต่กระบวนการขาย การจัดซื้อ การผลิต การส่งมอบ  การสื่อสารทางการตลาด การรับรองลูกค้า การประชุมร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก ฯลฯ ซึ่งมีความจำเป็นต้องติดต่อสื่อสาร หรือประสานงานกับบุคคลภายนอกแบบ Face to Face หรือเป็นหมู่คณะ เช่นลูกค้า ผู้ส่งมอบ ผู้รับเหมา สื่อมวลชน ฯลฯ ซึ่งเป็นไปได้ทั้งบุคคลที่พักอาศัยในประเทศ และบุคคลที่เดินทางมาจากต่างประเทศ  หรือการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานราชการต่าง ๆ  เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการเดินทางมาปฏิบัติงานของพนักงานแต่ละคนซึ่งบางคนใช้รถยนต์ส่วนตัว บางคนใช้บริการรถสาธารณะ  หรือการใช้ชีวิตประจำวันปกติของพนักงานที่มีความจำเป็นต้องพบปะผู้คนทั่วไปตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ฯลฯ
สถานการณ์ความเสี่ยง : -การแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19   ในประเทศไทย ประเทศคู่ค้า และเกือบทุกประเทศทั่วโลก

-มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 ที่ ศบค. ส่วนกลางกรุงเทพฯ และในจังหวัดที่โรงงานตั้งอยู่กำหนดขึ้น

-มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 ในต่างประเทศ

-มีโอกาสที่บุคลากรของบริษัทฯ และบริษัทย่อยติดเชื้อโรคโควิด-19

ประเด็นความเสี่ยง : -Supplier ทั้งในประเทศและต่างประเทศไม่สามารถส่งมอบวัตถุดิบได้กำหนดส่งผลกระทบต่อกำหนดส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า

-ลูกค้ายกเลิก Order หรือเลื่อนกำหนดส่งมอบ หรือไม่สามารถจองเรือเพื่อการส่งออกให้ลูกค้าต่างประเทศ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทฯ

-การติดเชื้อโรคโควิด-19 ของบุคลากร หรือมีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคภายในบริษัท และบริษัทย่อย อาจได้รับคำสั่งจากทางราชการให้ปิดกิจการชั่วคราวเพื่อดำเนินการฆ่าเชื้อโรค ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทต้องหยุดชะงัก

มาตรการป้องกันและควบคุม :
  • จัดตั้งคณะกรรมการบริหารงานในภาวะวิกฤตโควิด-19 ขึ้น 1 ชุด โดยมีกรรมการผู้จัดการเป็นประธาน พร้อมกำหนดบทบาทหน้าที่ที่จำเป็นในการบริหารงานในภาวะวิกฤต
  • จัดทำมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งในบริษัทฯ และบริษัทย่อยทุกแห่ง โดยพิจารณาจากคำแนะนำของกรมควบคุมโรค, ศบค.ส่วนกลาง และ ศบค.จังหวัด เช่นการคัดกรอง การใช้หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง การทำงานที่บ้านในบางตำแหน่งงาน ฯลฯ โดยกำหนดไว้เป็นคู่มือปฏิบัติ
  • สื่อสาร ทำความเข้าใจกับพนักงาน ให้ความรู้เกี่ยวกับเชื้อโรคโควิด-19 และสื่อสารเกี่ยวกับความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นหากไม่มีการป้องกันที่ดี และหากไม่ได้รับความร่วมมือจากพนักงานทุกคน
  • จัดทำมาตรการช่วยเหลือพนักงาน เช่น ช่วยค่าอาหารกลางวัน จัดแจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ จัดรถรับ-ส่งพนักงานจากบ้านถึงที่ทำงานกลุ่มพนักงานที่ใช้รถสาธารณะ  จ่ายค่า Internet ให้พนักงานกลุ่มที่ทำงานจากที่บ้าน  เนื่องจากพนักงานได้รับผลกระทบจากมาตรการป้องกันที่บริษัทฯ กำหนดขึ้น ซึ่งอาจไปจำกัดสิทธิบางประการของพนักงาน
  • สื่อสาร ทำความเข้าใจกับลูกค้า , Supplier , ผู้รับเหมา และบุคคลภายนอก เกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของบริษัทฯ พร้อมให้การสนับสนุนในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารแทนการพบปะ Face to Face
  • -เพิ่ม Content สื่อสารทางการตลาดบนสื่อออนไลน์ให้มากขึ้น เพื่อการเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่มแทนการพบปะแบบ Face to Face
  • จัดทำมาตรการช่วยเหลือทางสังคม เช่นตู้ปันสุข โครงการช่วยเหลืออาหารเครื่องดื่มและชุดป้องกันการติดเชื้อแก่ผู้ได้รับผลกระทบในชุมชน
  • ให้ความสำคัญและควบคุมเป็นพิเศษกับความเสี่ยงด้าน Financial Risk
  • จัดทำแผนรองรับกรณีฉุกเฉินครอบคลุมทุกกระบวนการทำงาน หากจำเป็นต้องมีการหยุดกิจการชั่วคราว
  • คณะกรรมการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และ update สถานการณ์เป็นประจำทุกวัน เพื่อประเมินสถานการณ์ และปรับมาตรการที่จำเป็นอย่างทันเวลา

การบริหารจัดการในภาวะวิกฤตโควิด-19

บริษัทฯ กำหนดให้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารงานในภาวะวิกฤตโควิด-19 ขึ้นมา 1 ชุด เพื่อทำหน้าที่ประเมินความเสี่ยงในภาวะวิกฤตโควิด-19 ให้ครอบคลุมกิจกรรมในธุรกิจ พร้อมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค และมาตรการอื่น ๆ ที่จะช่วยลดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ และสังคมอย่างเหมาะ และเกิดความปลอดภัยแก่พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท และบริษัทในเครือ  พร้อมรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัทตามช่วงเวลาที่เหมาะสม  คณะกรรมการฯ ประกอบไปด้วยบุคคลในตำแหน่งดังต่อไปนี้

คุณเรืองชัย กฤษณเกรียงไกร (กรรมการผู้จัดการ) ประธานคณะกรรมการ
รองกรรมการผู้จัดการทุกสายงาน คณะกรรมการ
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการทุกสายงาน คณะกรรมการ
กรรมการผู้จัดการบริษัทในเครือ คณะกรรมการ
ผู้จัดการฝ่ายทุกฝ่าย คณะกรรมการ
ผู้จัดการแผนก CSR คณะกรรมการ
ผู้จัดการแผนกพัฒนาระบบ คณะกรรมการ
ผู้จัดการแผนกวิจัยพัฒนากระบวนการผลิต คณะกรรมการ
ผู้จัดการแผนกทดสอบ คณะกรรมการ
ผู้จัดการแผนกตรวจสอบภายใน คณะกรรมการ
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานวิชาชีพ คณะกรรมการ
เลขนุการบริษัทฯ , IR&PR คณะกรรมการ/สื่อสารภายนอกองค์กร
ผู้จัดการแผนกทรัพยากรบุคคล คณะกรรมการ/สื่อสารภายในและหน่วยงานราชการ

การดำรงอยู่ของคณะกรรมการชุดนี้จะมีผลสิ้นสุดเมื่อมีการประเมินความเสี่ยงอยู่ในภาวะปกติ และมีการยกเลิกภาวะวิกฤตโควิด-19 อย่างเป็นทางการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริษัท

โครงสร้างการบริหารงานในภาวะวิกฤตโควิด-19

ตัวอย่างคู่มือปฏิบัติการในภาวะวิกฤตโควิด-19

© 2019 QTC ENERGY All rights reserved.