” การบริหารความเสี่ยงองค์กร ”

การบริหารความเสี่ยงนับเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นในลำดับต้นๆ ของการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ  ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเหตุการณ์วิกฤติต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา นับเป็นเรื่องที่มีความยากมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการควบคุมไม่ให้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเนื่องจากเป็นปัจจัยภายนอก ทำให้ต้องปรับตัวและลดความเสี่ยงที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้การดำเนินงานและผลประกอบการเป็นไปตามเป้าหมาย การประเมินเพื่อลด “ความเสี่ยง” ถือเป็นการสร้างโอกาสให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน

คิวทีซี จึงตระหนักดีว่าการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ รักษาไว้ซึ่งพันธกิจ ตามวิสัยทัศน์องค์กรในการก้าวขึ้นสู่บริษัทชั้นนำของโลก (World Calss) และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียนั้น มีความท้าทายภายใต้การวิวัฒน์ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจสร้างโอกาสที่ดี หรือสร้างผลกระทบทางลบต่อการดำเนินธุรกิจไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม ดังนั้น คิวทีซีจึงให้ความสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยงองค์กรในทุก ๆ ด้าน ครอบคลุมมิติทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัท

วัตถุประสงค์ : เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร
การบริหารจัดการ : กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร และจัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร เพื่อทำหน้าที่ประเมินความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ พร้อมการกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยบริหารโอกาส และควบคุมความเสี่ยง ภายใต้กระบวนการบริหารความเสี่ยงตามหลักมาตรฐานสากล COSO-ERM โดยให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการชี้บ่งความเสี่ยงเพื่อสร้างความตระหนักรู้และสามารถนำการบริหารความเสี่ยงไปใช้ในการปฏิบัติงานได้จริง
เป้าหมาย : 1.พนักงานทุกระดับมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญในการบริหารความเสี่ยง
ผลลัพธ์ : 100% ของพนักงานระดับบริหารมีทักษะในการประเมินความเสี่ยง

30% ของพนักงานระดับปฏิบัติการมีทักษะในการประเมินความเสี่ยงโดยในปี 2564 ยังไม่มีการอบรมให้ความรู้เพื่อขยายจำนวนผู้มีทักษะในระดับปฏิบัติการกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติม

เป้าหมาย : 2.ความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญได้มีการกำหนดแผนรองรับที่เหมาะสมและมีผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์
ผลลัพธ์ : ความเสี่ยงสำคัญด้านความปลอดภัยไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์เป้าหมาย

นโยบายการบริหารความเสี่ยง

จากการดำเนินงานในปัจจุบันของ บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด  (มหาชน) และบริษัทฯ ในเครือ ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง ด้านปัจจัยภายนอก เช่นการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะเศรษฐกิจ ทางการเมือง ภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น การเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อธุรกิจ ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ และปัจจัยด้านภายใน  เช่นการกำหนดกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทฯ การบริหารจัดการข้อมูลภายใน และความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน เป็นต้น ซึ่งบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงขององค์กร ให้มีความชัดเจนครอบคลุมถึงการบริหารจัดการองค์กรในภาพรวมที่ดี เพื่อให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้มีการเติบโต และขยายธุรกิจอย่างมีเสถียรภาพ มีฐานะการเงินที่มั่นคงและสามารถสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระดับที่เหมาะสม รวมถึงมีการเชื่อมโยงระบบการบริหารจัดการอื่น ๆ อย่างเป็นระบบทั่วทั้งองค์กร โดยคำนึงถึงกลยุทธ์ขององค์กร ดังนั้น บริษัทฯ จึงเห็นควรให้มีการนำระบบการบริหารความเสี่ยงมาปฏิบัติโดยมีกรอบการดำเนินงานและขั้นตอนการบริหารความเสี่ยงสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission (COSO) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีความเข้าใจหลักการบริหารความเสี่ยงและนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม

บริษัทฯ จัดทำนโยบาย และขั้นตอนการปฏิบัติงานบริหารความเสี่ยง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารความเสี่ยง ซึ่งคณะทำงานบริหารความเสี่ยงจะมีหน้าที่รับผิดชอบในการวิเคราะห์ ประเมิน โอกาส และผลกระทบของความเสี่ยงที่อาจจะมีต่อองค์กร และหามาตรการการในการขจัด ลดทอน ความเสี่ยงเหล่านั้น จึงได้กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management Policy) ดังนี้

  1. กำหนดให้การบริหารความเสี่ยงเป็นความรับผิดของพนักงานในทุกระดับชั้นที่ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่มีในการปฏิบัติงานในหน่วยงานของตนและองค์กร และต้องให้ความสำคัญในการบริหารความเสี่ยง ด้านต่างๆ ให้อยู่ในระดับที่เพียงพอ และเหมาะสม
  2. กำหนดให้ทุกหน่วยงานมีหน้าที่รับผิดชอบ ประเมินความเสี่ยง กำหนดตัวชี้วัดความเสี่ยง แนวทางการป้องกัน และบรรเทาความเสี่ยง หรือความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงติดตามและประเมินผลการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งจัดทำรายงานที่เกี่ยวกับความเสี่ยงตามกรอบการดำเนินงานและขั้นตอนการบริหารความเสี่ยง
  3. กำหนดให้กระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กรเป็นไปตามมาตรฐานที่ดีตามแนวปฏิบัติสากล เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบกับการดำเนินงานของบริษัท ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการพัฒนา และมีการปฏิบัติงานด้านการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรในทิศทางเดียวกัน โดยนำระบบการบริหารความเสี่ยงมาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจ การวางแผนกลยุทธ์ แผนงาน และการดำเนินงานของบริษัทฯ รวมถึงการมุ่งเน้น ให้บรรลุวัตถุประสงค์เป้าหมาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ที่ได้กำหนดไว้
  4. กำหนดให้เมื่อพนักงานพบเห็น หรือรับทราบความเสี่ยงที่อาจจะมีผลกระทบต่อบริษัท จะต้องรายงานความเสี่ยงนั้นให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบทันที เพื่อดำเนินการจัดการความเสี่ยงนั้นต่อไป
  5. มุ่งส่งเสริมสนับสนุนและให้ความรู้ความเข้าใจในกระบวนการและแนวทางการบริหารความเสี่ยงแก่ผู้บริหารและพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการปลูกฝังสร้างนิสัยให้บุคลากรทุกระดับได้ตระหนักถึงความสำคัญและความมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการดำเนินการด้านบริหารความเสี่ยงขององค์กร ให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation)
  6. กำหนดให้ทบทวนนโยบายฉบับนี้เป็นประจำทุกปี และหากมีการเปลี่ยนแปลง จะต้องเสนอให้คณะกรรมการตรวจสอบพิจารณา และนำเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ

อนุมัติโดย :ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ

ครั้งที่ 8/2564

9 พฤศจิกายน 2564

กระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร

บริษัทฯ ได้จัดทำคู่มือการบริหารความเสี่ยงองค์กรไว้เป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนตามกรอบมาตรฐานการบริหารความเสี่ยง ERM-COSO โดยกำหนดให้มีการทบทวนความเสี่ยงด้วยการสำรวจสภาพแวดล้อมหรือบริบทองค์กรต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป และดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนที่กำหนด รับผิดชอบโดยคณะกรรมการส่งเสริมความยั่งยืนและบริหารความเสี่ยงองค์กร พร้อมทั้งรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบ และกรรมการบริษัทไตรมาสละ 1 ครั้ง

 

โครงสร้างการบริหารความเสี่ยงองค์กร

การดำเนินงานในปี 2564

  • ปรับปรุงนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กรครั้งที่ 1 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของมาตรฐาน COSO : 2017 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลโดยประกาศใช้เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2564
  • คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจัดให้มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงประจำปี 2564 จำนวน 4 ครั้งตามรอบที่กำหนด
  • ความเสี่ยงที่สำคัญซึ่งมีนัยสำคัญต่อวัตถุประสงค์องค์กร จำนวน 8 เรื่อง และมีความเสี่ยงในภาวะวิกฤตโควิด-19 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการหยุดชะงักของธุรกิจ โดยมีรายละความเสี่ยงที่สำคัญดังนี้

ความเสี่ยงที่สำคัญ

1. ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ทางธุรกิจ Strategic Risk

หัวข้อความเสี่ยง มาตรการและผลการดำเนินงาน
การพึงพิงลูกค้ารายใหญ่ ในธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ของธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้ามาจากการประมูลงานภาครัฐ ซึ่งมีความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลต่อการใช้งบประมาณรายจ่ายภาครัฐ และมีคู่แข่งขันในตลาดมากซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ บริษัทฯ ได้กำหนดกลยุทธ์และสร้างมาตรการเพื่อควบคุมและลดความเสี่ยงไว้ดังนี้

  • มีหน่วยงานและผู้รับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับงานขายราชการ พร้อมกำหนดบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจน
  • ปรับปรุงมาตรฐานการผลิต และกระบวนการบริหารจัดการ กระดับมาตรฐานการผลิต ให้เกิดการณ์โลกสำคัญๆ บริษัทฯ จึงมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงนี้ดังนี้
  • าน แล้วเจาะเพื่อลดต้นทุน ภายใต้คุณภาพมาตรฐานสากล และมีความรับผิดชอบ
  • ขอการรับรองหม้อแปลงฉลากเขียว เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันตามเงื่อนไขของหน่วยงานภาครัฐ ปัจจุบันมีรายการหม้อแปลงฉลากเขียวในขนาด kVA เป้าหมายที่จะทำการประมูลจำนวน 6 รายการ

ปี 2564 ปี 2564 มียอดจำหน่ายหม้อแปลงฉลากเขียวภาคเอกชนมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท สำหรับภาครัฐไม่มีรายการเปิดประมูลหม้อแปลงฉลากเขียวจากทาง กฟภ.

  • ขยายตลาดต่างประเทศด้วยการผลิตแบบ OEM ปัจจุบันมี 2 กลุ่มประเทศได้แก่ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น (ไม่สามารถกล่าวอ้างชื่อแบรนด์ได้) เป็นความลับทางการค้า
  • ตั้งตัวแทนขายในต่างประเทศจำหน่ายภายใต้แบรนด์ QTC เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย
  • พัฒนาผลิตภัณฑ์หม้อแปลงประหยัดพลังงาน (Super Low Loss) และ Smart Transformer สร้างความแตกต่างเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า

ปี 2564 สามารถสร้างรายได้จาก

– Super Low Loss จำนวน 442 เครื่อง มูลค่า 78,578,364.48 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 มากกว่า 300%

– Smart Transformer จำนวน 7 เครื่อง มูลค่า 483,000 บาท ลดลงจากปี 2663 กว่า 100%

  • ขยายฐานลูกค้ากลุ่มงานบริการบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า

ปี 2564 มีรายได้จากงานบริการฯ มูลค่ากว่า 41 ล้านบาท ลดลงจากปี 2563 คิดเป็น 10.87% เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ลูกค้าเลื่อนการบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า

ปรับโครงสร้างองค์กรในสายงานขาย เพิ่มแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อดูแลลูกค้าและประสานงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งบริษัทฯ ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ Busduct จาก DYNAMIC ELECTRICAL  SDN.BHD.  , Solar Inverter จาก บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด, PV Panel จาก LONGI Solar Technology Co,Ltd. จำหน่ายภายใต้แบรนด์  LONGI  และจาก Trina Solar Co.,Ltd จำหน่ายภายใต้

แบรนด์ Trina

ปี 2564 สามารถสร้างรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ใหม่มากกว่า 245 ล้านบาทเติบโตจากปี 2563 มากกว่า 180%

การลงทุนในธุรกิจอื่น เพื่อกระจายความเสี่ยงการลงทุนในธุรกิจด้านพลังงานที่มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า  โดยผ่านการดำเนินงานของบริษัท คิวทีซี โกบอล เพาเวอร์ (จำกัด) : QTCGP ซึ่งเป็นบริษัทย่อย  และธุรกิจด้านพลังงานเป็นธุรกิจซึ่งบุคลากรส่วนใหญ่ของ คิวทีซีไม่มีความถนัด บริษัทฯ จึงมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงดังนี้

  • จ้างผู้บริหาร และทีมงาน ที่มีความรู้เฉพาะทางเพิ่มเติมเพื่อบริหาร QTCGP
  • ว่าจ้างที่ปรึกษาเฉพาะทางภายนอก เพื่อศึกษารายละเอียดโครงการ ที่จะเข้าลงทุน ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม
  • การลงทุนใด ๆ ในธุรกิจอื่นต้องผ่านกระบวนการเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท และมติของผู้ถือหุ้น

ในปี 2564 อยู่ระหว่างการศึกษาการลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 1 โครงการ ยังไม่ได้ผลสรุปเพื่อการตัดสินใจ

2. ความเสี่ยงด้านการเงิน Financial Risk

หัวข้อความเสี่ยง มาตรการและผลการดำเนินงาน
ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และความผันผวนของราคาวัตถุดิบ เนื่องจากการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ามีความจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบหลักจากต่างประเทศเป็นสัดส่วน 60% ของมูลค่าวัตถุดิบที่ใช้ต่อปี และมีการส่งออกหม้อแปลงเป็นสัดส่วน 20-30% ของยอดขาย  อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และราคาวัตถุดิบเช่นทองแดง เหล็กซิลิกอน มีความผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์โลกสำคัญๆ บริษัทฯ จึงมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงดังนี้

  • นโยบายซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า Forward Contract
  • ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลักอย่างใกล้ชิด เช่นทองแดง เหล็กซิลิกอน และน้ำมันหม้อแปลง และทำการจองซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า หากเห็นโอกาสได้เปรียบทางการค้า

ปี 2564 ในปี 2564 ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 จนมาถึงช่วงปลายปี เงินบาท

กลับมาแข็งค่าขึ้น แต่ยังส่งผลให้บริษัทฯมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จำนวน 3,071,986 บาท

ความเสี่ยงในการบริหารลูกหนี้ เนื่องจากการแข่งขันทางการค้าปัจจุบัน ทำให้ต้องมีการให้สินเชื่อแก่ลูกค้า เพื่อความได้เปรียบในการแข่งขัน ในขณะเดียวกันหากลูกค้าที่บริษัทฯให้สินเชื่อไปนั้น ขาดวินัยทางการเงิน ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในการชำระหนี้ ก่อให้เกิดเป็นหนี้ค้างชำระ  ทำให้บริษัทฯไม่ได้รับเงินตรงตามเวลาที่กำหนด ส่งผลกระทบต่อการบริหารสภาพคล่องทางการเงิน บริษัทฯ จึงมีมาตรการควบคุมและป้องกันดังนี้

  • ตั้งสำรองค่าเผือหนี้สงสัยจะสูญ (เป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชี) หากมีหนี้ค้างชำระเกินกว่า 1 ปี
  • ปรับนโยบายการให้เครดิตลูกค้า กำหนดหลักเกณฑ์ในการประเมินการให้เครดิตลูกค้าอย่างชัดเจน
  • กรณีลูกค้าไม่ผ่านหลักเกณฑ์การให้เครดิต กำหนดให้ขายเป็นเงินสด

ปี 2564 บริษัทฯสามารถควบคุมระยะเวลาการรับชำระหนี้ เหลือ 61 วัน โดยลดลงอย่างต่อเนื่องจากปี 2563

และ 2562 โดยลูกหนี้การค้าสุทธิ(ก่อนหักค่าเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่า) ปีจำนวน 182.97 ล้านบาท ลดลงจากปี 2563

ซึ่งมีจำนวน 212.56 ล้านบาท ลดลงคิดเป็นร้อยละ 13.92   อีกทั้งลูกหนี้ค้างชำระเกิน 1 ปี ลดลงจากปี 2563 เป็นจำนวน 2.62 ล้านบาท และค่าเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่า ลดลงจากปี 2563 เป็นจำนวน 9.45 ล้านบาท

3. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติ Operational Risk

หัวข้อความเสี่ยง มาตรการและผลการดำเนินงาน
สุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน เนื่องจากสภาพการทำงานของพนักงานเกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องมือ เครื่องจักร สารเคมี และมีกระบวนการทำงานที่เป็นขั้นตอน และโรงงานตั้งอยู่ร่วมกับชุมชนซึ่งมีอายุกว่า 20 ปี อาจเกิดอุบัติเหตุที่ส่งผลกระทบต่อพนักงาน และชุมชนได้ บริษัทฯ จึงได้กำหนดมาตรการป้องกันไว้ดังนี้

  • บริหารจัดการด้านความปลอดภัยด้วยระบบมาตรฐาน ISO45001
  • กำหนดมาตรฐานการทำงานที่ปลอดภัย และ PPE อย่างเหมาะสม การซ่อมบำรุงเครื่องจักรตามระยะ
  • ตรวจรับรองระบบไฟฟ้า และอาคาร โดยผู้เชี่ยวชาญภายนอก
  • ติดตั้งระบบเตือนภัยอัตโนมัติกรณีเกิดเพลิงไหม้
  • ฝึกอบรมดับเพลิง และอพยพหนีไฟ
  • กระตุ้นจิตสำนึกความปลอดภัยด้วยกิจกรรม KYT
  • จัดกิจกรรมสัปดาห์ความปลอดภัย เพื่อให้ความรู้ สร้างความตระหนักแก่พนักงาน และชุมชน
  • มีคณะกรรมการความปลอดภัย (คปอ.) จากการเลือกตั้งเป็นตัวแทนลูกจ้างร่วมพิจารณาแนวทางการดำเนินงานด้านความปลอดภัย
  • โครงการส่งเสริมสุขภาพ เพื่อลด ละ เลิก บุหรี่ เหล้า และสวัสดิการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามสถานการณ์ที่ระบาด

ปี 2564 มีจำนวนอุบัติเหตุดลงจากปี 2563 คิดเป็น 37.14% แต่ไม่บรรลุเป้าหมาย Zero Accident รายละเอียด และมาตรการป้องกันแก้ไขติดตามในรายงานความยั่งยืน “ประเด็นความปลอดภัย และสุขภาพของพนักงาน”

การไหลออกของวิศวกร และช่างฝีกมือในตำแหน่งงานสำคัญ เนื่องจากโรงงานตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันด้านแรงงานค่อนข้างสูง ตั้งแต่พนักงานระดับใช้แรงงาน ถึงระดับวิชาชีพ บริษัทฯ ได้วางมาตรการควบคุมและป้องกันที่สำคัญไว้ดังนี้

  • ปรับโครงสร้างค่าจ้าง และผลประโยชน์ของพนักงานอย่างเหมาะสม โดยเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกัน
  • ปรับระบบการประเมินผลและการจ่ายค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม
  • การพัฒนาบุคลากรรายบุคคลตามเส้นทางอาชีพ IDP
  • จัดทำ KM ที่สำคัญ ของบริษัทฯ และสร้างสูญการเรียนรู้แบบ On-line
  • สร้างสุขภาวะองค์กร ตามแนวทาง Happy 8

ปี 2564 มีอัตราการลาออกของพนักงานคิดเป็น 19.85% อยู่ในค่าเป้าหมาย

การพึ่งพิงผู้บริหารหลักในการดำเนินธุรกิจ การบริหารงานในบริษัท โดยผู้นำส่วนใหญ่เป็นผู้มีประสบการณ์เฉพาะทางหม้อแปลงไฟฟ้า และติดเป็นแบรนด์ของสินค้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มีส่วนได้เสีย  ในอนาคตหากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กรอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ของผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญ เช่นผู้ถือหุ้น พนักงาน บริษัทฯ จึงได้มีมาตรการป้องกันไว้ดังนี้

  • จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง (succession plan) และคัดเลือกผู้สืบทอด
  • ส่งเสริมภาวะผู้นำ และพัฒนาทักษะผู้สืบทอด ตาม Career Path
  • ส่งเสริมการทำตลาดโดยใช้แบรนด์สินค้า และมาตรฐานโรงงานเป็นตัวนำ

ปี 2564 บริษัทฯ ได้แต่งตั้งบุคลากรเพื่อสืบทอดตำแหน่งงานสำคัญ ๆ บางส่วนตามความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อการดำเนินธุรกิจที่คล่องตัว และยังมีบางตำแหน่งงานที่จำเป็นต้องรอเพื่อพัฒนาทักษะภาวะผู้นำ และทักษะอื่น ๆ ที่จำเป็น

การจัดการของเสียอันตราย และวัสดุเหลือใช้จากการผลิต ในกระบวนการผลิต และการให้บริการหม้อแปลงไฟฟ้าของบริษัทฯ มีวัสดุเหลือใช้จากการผลิต และของเสียอันตรายที่ต้องควบคุมการกำจัดตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม โดยการกำจัดจะผ่านบริษัทผู้รับกำจัด ผู้รับกำจัดดำเนินการตามวิธีที่กรมโรงงานฯ กำหนด แต่อาจมีความเสี่ยงที่ผู้รับกำจัดขาดความรับผิดชอบไม่ดำเนินการตามเงื่อนไข ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  บริษัทฯ จึงได้กำหนดมาตรการควบคุม และป้องกันไว้ดังนี้

  • ขออนุญาตและขึ้นทะเบียนบริษัทผู้รับกำจัด แยกตามประเภทของของเสียจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
  • ทีมงานเข้าตรวจประเมินพื้นที่ และวิธีกำจัด ณ พื้นที่ของผู้รับกำจัด
  • ควบคุมการขนย้าย และการบรรจุเพื่อป้องกันการหกรั่วไหลก่อนออกจากโรงงาน
  • คัดแยกขยะขายได้ ขายไม่ได้โดยใช้หลักการ 3Rs
  • Zero Landfill โดยการการบริหารจัดการขยะประเภทฝังกลบ ส่งเข้าโรงงานผลิตไฟฟ้า

ปี 2564 สามารถดำเนินการนำขยะประเภทฝังกลบเข้าสู่กระบวนการผลิตไฟฟ้าได้ 100%   เป็น Zero Landfill 100%  และไม่มีกรณีร้องเรียนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการจัดการของเสียอันตราย และวัสดุเหลือใช้จากการผลิต ผลการดำเนินงานสามารถติดตามได้จากรายงานความยั่งยืน 2564 ประเด็น “การจัดการของเสียและวัสดุเหลือใช้จากการผลิต (ขยะ)

4. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย Compliance Risk

หัวข้อความเสี่ยง มาตรการและผลการดำเนินงาน
การปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ลักษณะธุรกิจผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นโรงงานอุตสาหกรรม มีการผลิต ซ่อมแซม จำหน่าย บริการ ให้กับหน่วยงานภาครัฐ  ภาคเอกชนทั้งภายในและภายนอกประเทศ จึงมีกฎหมาย ข้อกำหนด มากมายที่บริษัทฯ จะต้องปฏิบัติตามให้สอดคล้อง ซึ่งในตัวกฎหมาย หรือข้อกำหนดต่าง ๆ ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงตามวาระตามสมัยเพื่อป้องกันความผิดพลาดในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ  ได้กำหนดมาตรการป้องกันไว้ดังนี้

  • กำหนดผู้รับผิดชอบในการติดตาม รวบรวม ประเมินความสอดคล้องของกฎหมาย และข้อกำหนดทางการค้า จากช่องทางที่เหมาะสม เช่น ราชกิจจานุเบกษา ประกาศต่าง ๆ
  • จัดทำเป็นขั้นตอนการปฏิบัติงาน การประเมินความสอดคล้องของกฎหมาย และข้อกำหนด เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติครอบคลุมทั้งองค์กร
  • หน่วยงาน Document Control จัดทำเป็นทะเบียนกฎหมาย ข้อกำหนดทางการค้า ที่เกี่ยวข้อง และรายงานต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ทุกไตรมาส

ปี 2564 ไม่มีประเด็นที่ปฏิบัติขัดต่อกฎหมาย แต่มีเพียงประเด็นที่อยู่ระหว่างปรับปรุงให้สอดคล้องต่อกฎหมายซึ่งเป็นรายการที่มีการปรับปรุงกฎหมายใหม่และมีระยะเวลาให้ดำเนินการได้ตามกฎหมาย

การคอร์รัปชัน ลักษณะธุรกิจผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นโรงงานอุตสาหกรรม มีการผลิต ซ่อมแซม จำหน่าย บริการ ซึ่งการปฏิบัติงานต่างๆ ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  และต้องมีการติดต่อ ประสานงาน ตลอดจนการนำส่งเงินค่าธรรมเนียม ค่าภาษีอากร  การค้าขายกับหน่วยงานภาครัฐ   ซึ่งอาจเกิดช่องว่างให้เกิดการคอร์รัปชันได้ บริษัทฯ  ได้กำหนดมาตรการควบคุม และป้องกันไว้ดังนี้

  • กำหนดนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้ในบริษัท และบริษัทย่อยทุกแห่ง
  • อบรม ให้ความรู้พนักงาน โดยกำหนดให้เป็นหลักสูตรความจำเป็นในการอบรมพนักงานจะต้องผ่านการอบรม 100% และผลการประเมินความเข้าใจมากกว่า 80%
  • เข้าเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (CAC)

ปี 2564 ได้ดำเนินการต่ออายุสมาชิก Thai Private Sector Collective Action against Courruption (CAC) ครั้งที่ 1ซึ่งปัจจุบันได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ CAC แล้วโดยจะมีผลการเป็นสมาชิกต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2565 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568 สำหรับใบรับรองการเป็นสมาชิกรอพิธีมอบอย่างเป็นทางการต่อไป

5. ความเสี่ยงด้านการบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ

หัวข้อความเสี่ยง มาตรการและผลการดำเนินงาน
ภาวะฉุกเฉิน เป็นความเสี่ยงจากภัยพิบัติต่าง ๆ เช่นน้ำท่วมสำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ  ไฟไหม้สำนักงานใหญ่ หรือโรงงานจังหวัดระยอง หรือ ในบริษัทย่อยทุกแห่ง  บริษัทฯ ได้วางมาตรการป้องกัน และเตรียมรับภาวะฉุกเฉินไว้ดังนี้

  • จัดทำแผนป้องกัน และระงับอัคคีภัย และฝึกซ้อมทุกปี
  • จัดทำแผนกู้คืนข้อมูลสารสนเทศ และทำการฝีกซ้อมแผนปีละ 1 ครั้ง
  • ซื้อกรมธรรม์ที่มีความคุ้มครองความเสี่ยง

ปี 2564 ไม่มีเหตุการณ์ภาวะฉุกเฉินที่ส่งผลกระทบต่อการหยุดชะงักของกิจการทั้งในบริษัทฯ และบริษัทย่อย   และบริษัทฯ ได้ดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ  อย่างเคร่งครัด สม่ำเสมอ

ภัยคุกคามทางด้านไซเบอร์ เป็นความเสี่ยงที่เป็นภัยคุกคามด้านความปลอดภัยต่อการดำเนินงานของธุรกิจซึ่งมีแนวโน้มที่อาจจะเกิดขึ้นและสร้างความเสียหายให้กับข้อมูลสำคัญ ๆ ในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ กำหนดนโยบายด้านสารสนเทศ และจัดทำมาตรการป้องกันความเสี่ยงไว้อย่างรัดกุม และรอบครอบ ให้ความรู้ ความเข้าใจกับพนักงาน พร้อมเตรียมแผนสำรองไว้หากเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้น

ปี 2564 ได้ทดสอบความเข้าใจของพนักงานโดยการสร้าง Phishing mail ให้พนักงานเพื่อดักจับพนักงานที่หลงกล และนำมาอบรมซ้ำดำเนินการได้ครบ 100% ซึ่งในระหว่างปีมี Phishing mail ที่ถูกปล่อยมาจากภายนอกหลุดลอดเข้ามาในระบบ 2 ครั้งแต่สามารถดักจับและจัดการได้ไม่เกิดความเสียหายต่อระบบและข้อมูล

การแร่ระบาดของโควิด-19 กิจกรรมในธุรกิจของบริษัท และบริษัทย่อย มีตั้งแต่กระบวนการขาย การจัดซื้อ การผลิต การส่งมอบ  การสื่อสารทางการตลาด การรับรองลูกค้า การประชุมร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก ฯลฯ ซึ่งมีความจำเป็นต้องติดต่อสื่อสาร หรือประสานงานกับบุคคลภายนอกแบบ Face to Face หรือเป็นหมู่คณะ เช่นลูกค้า ผู้ส่งมอบ ผู้รับเหมา สื่อมวลชน ฯลฯ ซึ่งอาจมีโอกาสได้รับเชื้อโควิด-19 ซึ่งบริษัทฯ ได้มีมาตรการป้องกัน และมาตรการแก้ไขไว้อย่างรอบครอบดังนี้

  • จัดตั้งคณะกรรมการบริหารงานในภาวะวิกฤตโควิด-19 ขึ้น 1 ชุด โดยมีกรรมการผู้จัดการเป็นประธาน พร้อมกำหนดบทบาทหน้าที่ที่จำเป็นในการบริหารงานในภาวะวิกฤต
  • จัดทำมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งในบริษัทฯ และบริษัทย่อยทุกแห่ง โดยพิจารณาจากคำแนะนำของกรมควบคุมโรค, ศบค.ส่วนกลาง และ ศบค.จังหวัด เช่นการคัดกรอง การใช้หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง การทำงานที่บ้านในบางตำแหน่งงาน ฯลฯ โดยกำหนดไว้เป็นคู่มือปฏิบัติ
  • สื่อสาร ทำความเข้าใจกับพนักงาน ให้ความรู้เกี่ยวกับเชื้อโรคโควิด-19
  • ส่งเสริมให้พนักงานรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างทั่วถึงโดยการจัดหาวัคซีนทางเลือกเพิ่มเติม
  • จัดทำมาตรการช่วยเหลือพนักงาน เช่น ช่วยค่าอาหารกลางวัน จัดแจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ จัดรถรับ-ส่งพนักงานจากบ้านถึงที่ทำงานกลุ่มพนักงานที่ใช้รถสาธารณะ  จ่ายค่า Internet ให้พนักงานกลุ่มที่ทำงานจากที่บ้าน  เนื่องจากพนักงานได้รับผลกระทบจากมาตรการป้องกันที่บริษัทฯ กำหนดขึ้น ซึ่งอาจไปจำกัดสิทธิบางประการของพนักงาน
  • สื่อสาร ทำความเข้าใจกับลูกค้า , Supplier , ผู้รับเหมา และบุคคลภายนอก เกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของบริษัทฯ พร้อมให้การสนับสนุนในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารแทนการพบปะ Face to Face
  • เพิ่ม Content สื่อสารทางการตลาดบนสื่อออนไลน์ให้มากขึ้น เพื่อการเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่มแทนการพบปะแบบ Face to Face
  • จัดทำแผนรองรับกรณีฉุกเฉินครอบคลุมทุกกระบวนการทำงาน หากจำเป็นต้องมีการหยุดกิจการชั่วคราว

สามารถ Download คู่มือปฏิบัติการในภาวะวิกฤตโควิด-19ได้ทาง https://qtc-energy.com/th/risk-management/

ข้อมูลการดำเนินงานการป้องกัน และแก้ไขจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

จำนวนพนักงานที่ติดเชื้อโควิด-19 ข้อมูล ณ สิ้นปี 2564

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเฉพาะการป้องกัน การแก้ไข และการเยียวยาผลกระทบ

© 2021 QTC ENERGY All rights reserved.